⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1317/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1317/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดที่เกิดจากการแจ้งความเท็จหรือประมาทเลินเล่อในการแจ้งความจนเป็นเหตุให้ถูกจับกุมคุมขัง มีอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการละเมิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยฐานละเมิด โดยอ้างว่าจำเลยให้คนไปแจ้งความว่าโจทก์ทำผิดทางอาญาเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนจับกุมคุมขังโจทก์ไว้สอบสวน ทั้งนี้โดยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยที่เชื่อถ้อยคำของผู้มาบอก ดังนี้เป็นการฟ้องหาว่าละเมิดตามธรรมดา ไม่ใช่ละเมิดในมูลอันเป็นความผิดทางอาญา จึงมีอายุความฟ้องร้องเพียง 1 ปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพนักงานโรงงานยาสูบจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือมอบฉันทะให้คนไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษโจทก์กับคนอื่น เป็นความอาญาว่าโจทก์กับพวกรู้เห็นร่วมมือกระทำการฉ้อโกงทรัพย์ของโรงงานยาสูบ ฯลฯ เป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนได้จับคุมขังโจทก์ไว้ทำการสอบสวน ทั้งนี้เพราะเหตุจำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อโดยเชื่อถ้อยคำของจำเลยที่ 2 ซึ่งปราถนาจะแกล้งโจทก์ให้ต้องรับโทษโดยปราศจากความจริง จึงขอให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ฯลฯ ศาลแพ่งวินิจฉัยว่า คดีขาดอายุความละเมิด 1 ปี แล้วจึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนเฉพาะจำเลยที่ 2 ส่วน จำเลยที่ 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ที่บรรยายว่าจำเลยที่ 1 ได้จัดการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนได้จับกุมคุมขังโจทก์นั้น จะถือว่าเป็นข้อความที่กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำผิดในทางอาญาฐานกระทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพมิได้เพราะเป็นเรื่องในอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ฉะนั้นจะถือว่าฟ้องโจทก์เรียกค่าเสียหายในมูลอันเป็นความผิดมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามิได้จึงมิเข้าอยู่ในวรรคสองแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 คดีจึงขาดอายุความ 1 ปี พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ด้วย ฯลฯ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1317/2496 นายชั้น สร้อยพิสุทธิ์ โจทก์ กรมสรรพสามิต (โดยหลวงประกอบธนกิจ อธิบดี) ที่ 1 จำเลย พันเอกหลวงชำนาญยุทธศิลป์ (ผู้อำนวยการยาสูบ) ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชั้น สร้อยพิสุทธิ์ · จำเลย - กรมสรรพสามิต (โดยหลวงประกอบธนกิจ อธิบดี) ที่ 1 · จำเลย - พันเอกหลวงชำนาญยุทธศิลป์ (ผู้อำนวยการยาสูบ) ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · นนทปัญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2908/2530ฎีกา 3089/2537ฎีกา 6304/2540ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2225/2536ฎีกา 4258/2541ฎีกา 860/2525ฎีกา 588/2514ฎีกา 1913/2534ฎีกา 2499/2524ฎีกา 7231/2538ฎีกา 3763/2532ฎีกา 2562/2522ฎีกา 2425/2538ฎีกา 10930/2554ฎีกา 4085/2559ฎีกา 142/2535ฎีกา 282/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา