⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 243/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2496

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอกทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 131 และฐานปลอมหนังสือตามมาตรา 230. ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามมาตรา 131 ฐานเดียว แต่ฟังว่าจำเลยยักยอกเงินไม่เต็มตามที่ฟ้องจึงให้คืนเท่าที่จำเลย ยักยอก. โจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์คือจำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยยักยอกเงินเต็มตามฟ้อง และ ปลอมหนังสือด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยยักยอกเงินจำนวนมากกว่าที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้ จึงพิพากษา แก้ให้ใช้จำนวนเงินมากขึ้น และแก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา 230 ด้วย ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยศาลอุทธรณ์ไม่รับไว้ พิจารณา เพราะถือว่ายื่นเกินกำหนด ดังนี้เป็นเรื่องที่โจทก์อุทธรณ์ขึ้นมาด้วยและศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษจำเลย ตามอุทธรณ์ของโจทก์ จำเลยจึงฎีกาขึ้นมาได้ และเมื่อทางพิจารณาฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิด ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจ ยกฟ้องเสียได้./

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๒๒, ๒๒๔,๒๒๕,๒๒๗,๒๒๙,๒๓๐,๒๓๑,๑๓๑,๓๑๔,๓๑๙,๖๓,๖๕. จำเลยทั้ง ๒ ให้การปฎิเสธความผิด ศาลมณฑลทหารบกที่ ๕ พิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ผิดฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ยักยอกทรัพย์ ๑๐๓๔ บาท ๕๕ สตางค์ ตาม ก.ม,ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑ ให้จำคุก ๑ ปี จำเลยที่ ๒ ไม่ผิดในคดีนี้คงผิดในคดีแดงที่ ๒๘/๒๔๙๔ ฐานยักยอกทรัพย์ตามมาตรา ๓๑๔ จำคุก ๖ เดือน โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลทหารกลางเห็นว่า จำเลยที่ ๑ ยืนอุทธรณ์เกินกำหนด แม้จะยื่นไม่ทันเพราะเหตุสุดวิสัย ก็จะรับอุทธรณืของจำเลยที่ ๑ ไว้พิจารณาไม่ได้. สำหรับของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ ๑ ยักยอกเงิน ๑๔๖๔ บาท ๕๕ สตางค์มาตรา ๑๓ จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน และผิด ฐานปลอมหนังสือตามมาตรา ๒๓๐ จำคุก ๕ ปี รวมเป็นโทษ ๖ ปี ๖ เดือน กับให้ใช้เงิน ๑๔๒๔ บาท ๕๕ สตางค์ จำเลยที่ ๒ ผิดตามมาตรา ๓๑๔ และ ๒๓๐ จำคุก ๕ ปี ๖ เดือน ฯลฯ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานต่าง ๆ ไม่มั่นคงพอฟังว่าจำเลยที่ ๑ ได้กระทำผิด ส่วนในกรณีที่จำเลยที่ ๑ ยื่นอุทธรณ์เกิน กำหนดไป ๑ วัน เพราะมีเหตุสุดวิสัยศาลทหารกลางวินิจฉัยว่าจะรับอุทธรณ์ไว้พิจารณาไม่ได้นั้น คดีนี้โจทก์ก็ได้อุทธรณ์ ขึ้นมาด้วย และศาลทหารกลางแก้ให้ลงโทษจำเลยตามอุทธรณ์ของโจทก์ จำเลยจึงฎีกาขึ้นมา เมื่อทางพิจารณาฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิด ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจยกฟ้องเสียได้ ฉะนั้นปัญหาที่ว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ จะควรรับไว้พิจารณาได้หรือ ไม่ จึงยังไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยตัวจำเลยที่ ๑ ไป./ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2496 อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 5 โจทก์ ร.อ.เทียบ สายเป้า ที่ 1, ส.อ.มนูญ สาระพงษ์ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 5 · จำเลย - ร.อ.เทียบ สายเป้า ที่ 1, ส.อ.มนูญ สาระพงษ์ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลมณฑลทหารบกที่ 5 - ศาลทหารกลาง · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2152/2527ฎีกา 2546/2527ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 1238/2498ฎีกา 568/2528ฎีกา 2678/2522ฎีกา 5259/2546ฎีกา 1291/2482ฎีกา 54/2536ฎีกา 660/2491ฎีกา 1228/2510ฎีกา 1262/2504ฎีกา 501/2494ฎีกา 127/2533ฎีกา 659/2541ฎีกา 7008/2541ฎีกา 1936/2497ฎีกา 13/2531ฎีกา 4463/2539ฎีกา 305/2480ฎีกา 8125/2541ฎีกา 7259/2544ฎีกา 453/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา