คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทายาทฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นทายาทและมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายแต่ผู้เดียว ไม่เป็นการขัดต่อการจัดการมรดก แม้จำเลยจะเป็นผู้จัดการมรดกก็ตาม ศาลจะพิพากษาเพียงแสดงว่าโจทก์เป็นทายาทของผู้ตายเท่านั้น ส่วนจะเป็นทายาทแต่ผู้เดียวหรือไม่นั้น ศาลจะไม่ชี้ขาดในคดีดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
ทายาทของผู้ตายฟ้องผู้จัดการมรดกของผู้ตายขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นทายาทของผู้ตาย และมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายแต่ผู้เดียว นั้น เมื่อปรากฎในคำฟ้องว่า จำเลยไปร้องขอรับมรดกที่ดินมรดกโดยแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่า ผู้ตายไม่มีทายาทอื่น ดังนี้ เป็นเรื่องที่ทายาทขอให้แสดงสิทธิเท่านั้น จึงไม่เป็นการขัดต่อการจัดการมรดกแต่อย่างใด ฉะนั้นแม้ขณะนั้นจำเลยจะเป็นผู้จัดการมรดกโดยศาลตั้งทายาทผู้นั้นก็ยังฟ้องได้ และศาลก็จะพิพากษาเพียงบแสดงว่าโจทก์เป็นทายาทของผู้ตายเท่านั้น ส่วนจะเป็นทายาทแต่คนเดียวหรือไม่นั้น ไม่ชี้ขาดเพราะเป็นการพิพาทกันระหว่างโจทก์ กับจำเลยซึ่งไปอ้างต่อเจ้าพนักงานว่าไม่มีทายาทอื่น นอกจากจำเลยเท่านั้น./
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรของนายราฟแบ๊กเก๊ตผู้ตาย มีที่ดินและทรัพย์อื่นเป็นมรดกจำเลยไปร้องต่อพนักงานที่ดินว่า นายราฟแบ๊กเก๊ตไม่มีทายาทอื่น โจทก์จึงขอให้ศาลแสดงว่า โจทก์เป็นทายาทของนายราฟแบ๊กเก๊ตมีสิทธิรับมรดกแต่ผู้เดียว ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง
จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำสั่งศาล โจทก์เป็นทายาทจริงแต่ออกจากประเทศไทยนานแล้ว
จะมีตัวอยู่หรือไม่ไม่ทราบ ในอำนาจฟ้อง ฟ้องจะเป็นของโจทก์หรือไม่ ไม่ทราบ อนึ่งจำเลยมีกรรมสิทธิร่วมในที่ดินโฉนดที่พิพาท จะฟ้องจำเลยไม่ให้เกี่ยวข้องไม่ได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดพิพาทเป็นของบิาโจทก์ และจำเลยคนละครึ่ง สิ่งปลูกสร้างในที่ดินั้นเป็นของบิดาโจทก์ แต่ผู้เดียว โจทก์เป็นทายาท ห้ามไม่ให้จำเลยเกี่ยวข้องที่ดินอันเป็นส่วนของโจทก์ที่ได้รับมรดก
จำเลยอุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่โจทก์ ขอให้ศาลสั่งว่าโจทก์เป็นทายาทของผู้ตายและมีสิทธิรับมรดกผู้ตายแต่ผู้เดียว โดยอ้างว่าจำเลยไปร้องขอรับมรดกที่ดินรายนี้ และแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่า ผู้ตายไม่มีทายาทอื่นนั้น โจทก์เป็นแต่ขอให้แสดงสิทธิ จึงไม่เป็นการขัดขวางต่อการจัดการมรดกแต่อย่างใด ฉะนั้นแม้จะลยจะเป็นผู้จัดการมรดกโดยศาลาตั้ง โจทก์ยังฟ้องได้.
ส่วนข้อขอให้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องที่พิพาทนั้น ฟ้งข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทและสิ่งปลูกสร้างเป็นของจำเลยครึ่งหนึ่ง ของผู้ตาย
ครึ่งหนึ่ง
จึงพิพากษาแก้ว่า โจทก์เป็นทายาทของนายยราฟแบ๊กเก๊ตผู้ตาย คำขอให้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่พิพาท ให้ยกเสีย.
ฯลฯ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2496
นายเดวิด แบ๊กเก๊ต โดยนางศรีนวล อารีย์เวสน์ ผู้รับมรดก โจทก์
นายยอน แบ๊กเก๊ต จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเดวิด แบ๊กเก๊ต โดยนางศรีนวล อารีย์เวสน์ ผู้รับมรดก · จำเลย - นายยอน แบ๊กเก๊ต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายอินทร์ อุดล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา