⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1298/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1298/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องให้เสร็จสิ้นไป อายุความย่อมสะดุดหยุดลงจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เช่าเครื่องฉายภาพยนต์จากนายลิขิต มาฉายโรงภาพยนต์ของจำเลย ต่อมานายลิขิตบอกเลิกสัญญากับโจทก์ ๆ เรียกคืนจากจำเลย ๆ ไม่ยอมคืนนายลิขิตจึงฟ้องโจทก์ ๆ ได้ขอให้ศาลเรียกจำเลยเข้ามาเป็นจำเลยร่วม เพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องให้เสร็จสิ้นไป คดีถึงที่สุดชั้นฎีกาพิพากษาให้โจทก์และจำเลยส่งคืนแก่นายลิขิต โดยไม่ชี้ขาดสิทธิและหน้าที่ระหว่างโจทก์และจำเลย แต่ไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะว่ากล่าวแก่จำเลย ดังนี้ อายุความฟ้องคดีย่อมสดุดหยุดลง จนกว่าคดีจะถึงที่สุดตาม ป.พ.พ.ม.173,175,และ 181 และเมื่อโจทก์มาฟ้องคดีนี้หลังคดีก่อนถึงที่สุดเพียง 3-4 เดือนคดีจึงไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.173 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.175 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.181

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่า โจทก์เช่าเครื่องฉายภาพยนต์เสียงพร้อมด้วยเครื่องอุปกรณ์จากนายลิขิตนำไปฉายที่โรงภาพยนต์ของจำเลยที่จังหวัดพิษณุโลก ต่อมานายลิขิตเลิกสัญญาให้โจทก์ส่งคืน โจทก์แจ้งให้จำเลยส่งคืนจำเลยไม่ยอมคืน อ้างว่าเอาหักชำระใช้หนี้ที่นายลิขิตเป็นหนี้จำเลยอยู่แล้ว ที่สุดนายลิขิตฟ้องโจทก์ ๆ ได้ใช้ให้นายลิขิตไปแล้ว คิดเป็นค่าเช่า ค่าดอกเบี้ยและอื่นรวม ๓๐,๙๒๒ บาท ๙๑ สตางค์ ขอให้จำเลยชำระ จำเลยปฏิเสธความรับผิดและตัดฟ้องว่าคดีขาดอายุความ ค่าเสียหายต่าง ๆ บางอย่างที่โจทก์ขอได้ยุติกันแล้วเพียงศาลล่างคงเหลือมาสู่ศาลฎีกาเพียงค่าเช่า ๕ ปี ๙ เดือนครึ่ง คิดเป็นเงิน ๒๑,๗๑๘ บาท๗๕ สตางค์ ซึ่งศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องแต่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยรับผิดใช้ให้โจทก์และจำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า ในสำนวนคดีเดิมแพ่งแดงที่ ๑๘๕/๒๔๙๑ นายประสงค์ (โจทก์คดีนี้) ได้ขอให้ศาลเรียกนางสำเนียงเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องให้เสร็จสิ้นไปในคราวเดียวกันคดีนั้นถึงที่สุดชั้นศาลฎีกา ชี้ขาดว่าเครื่องฉายภาพยนต์และอุปกรณ์ยังเป็นของนายลิขิตนางสำเนียงไม่มีอำนาจยึดหน่วงครอบครอง พิพากษาให้นางสำเนียงและนายประสงค์ (โจทก์คดีนี้) ส่งคืนให้นายลิขิต หากแต่ศาลยังไม่ชี้ขาดสิทธิและหน้าที่ระหว่างนายประสงค์ และนางสำเนียง (โจทก์และจำเลยในคดีนี้) แต่ไม่ตัดสิทธิของนายประสงค์ที่จะว่ากล่าวเอาความแก่นางสำเนียง ดังนี้อายุความย่อมสดุดหยุดลง จนกว่าคดีจะถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชมาตรา ๑๗๓,๑๗๕,และ ๑๘๑, และเมื่อนายประสงค์ ฟ้องคดีนี้หลังจากคดีเดิมถึงที่สุดเพียง ๓-๔ เดือน คดีจึงไม่ขาดอายุความ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ที่ให้นางสำเนียงชดใช้เงินจำนวนนี้ให้นายประสงค์ (โจทก์) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1298/2497 นายประสงค์ เกษมราษฎร์ โจทก์ นางสำเนียง ชีพธำรง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสงค์ เกษมราษฎร์ · จำเลย - นางสำเนียง ชีพธำรง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - หลวงวิจิตร เนติศาสตร์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงเจริญฤทธิศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4143/2532ฎีกา 943/2513ฎีกา 1758/2542ฎีกา 3174/2527ฎีกา 2504/2523ฎีกา 873/2508ฎีกา 2600/2543ฎีกา 450/2493ฎีกา 1063/2549ฎีกา 2493/2553ฎีกา 192/2485ฎีกา 1913/2537ฎีกา 4541/2550ฎีกา 797/2546ฎีกา 1896/2493ฎีกา 987/2485ฎีกา 805/2552ฎีกา 782/2491ฎีกา 1223/2549ฎีกา 2906/2545ฎีกา 945/2520ฎีกา 769/2502ฎีกา 625/2515ฎีกา 4351/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา