⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1454/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1454/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างอิงในฎีกา คู่ความต้องเคยยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ * คำว่า "บริวาร" หมายถึงผู้ที่อาศัยสิทธิของผู้อื่น อาจเป็นบุคคลในหรือนอกครอบครัวของผู้นั้นก็ได้

ย่อคำพิพากษา

ข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างอิงในฎีกานั้นคู่ความจะต้องได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ข้อที่โจทก์ยังไม่ได้ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญายอมความจะบังคับบริวารของจำเลยได้หรือยังนั้นไม่เกี่ยวความสงบเรียบร้อยของประชาชนตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 249 อำนาจพิเศษซึ่งวงศ์ญาติและบริวารจำเลยที่อยู่บนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์จะใช้บันโจทก์ได้ภายหลังที่ศาลได้ พิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ของโจทก์แล้วนั้นต้องเป็นอำนาจที่จะใช้ยันตัวโจทก์ได้เอง คำว่า "บริวาร" ตามป.วิ.แพ่ง.ม.142(1) กับ "ครอบครัว" นั้นต่างกัน "บริวาร" ตรงกับคำว่า "+" หมายถึงผู้ที่อาศัยสิทธิของผู้อื่น อาจจะเป็นบุคคลในหรือนอกครอบครัวของผู้นั้นก็ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.244 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่านายโนรีได้ทำสัญญาเช่าที่ดินจากโจทก์เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัยสัญญาจะสิ้นสุดวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔+๖ ต่อมาประมาณวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๔+ โจทก์ทราบว่านายโมรีถึงแก่กรรม แต่ทายาทของนายโนรีมิได้แจ้งจำนงจะเช่าต่อ และทราบว่าขณะนายโนรียังมีชีวิตได้นำที่ดินที่เช่าปลูกบ้านนี้ให้ผู้อื่นเช่าช่วง ต่อมาทายาทได้ตั้งให้นายประสิทธิ์และนายสุบเป็นผู้จัดการทรัพย์มรดกนายโนรี โจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้ว จำเลยและบริวารยังไม่รื้อถอนหรือออกไปจากที่เช่าและจำเลยยังค้างค่าเช่ารวมเป็นเงิน ๓๒๐ บาท ขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู่ว่าผู้เช่าช่วงไม่ยอมออกไม่สามารถปฏิบัติตามคำบอกกล่าวของโจทก์ได้ โจทก์ควรฟ้องผู้เช่าสิ่งปลูกสร้าง (ผู้เช่าช่วง) เป็นจำเลยด้วย และต่อสู้อีกหลายประการ ที่สุดโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาปราณีประนอมยอมความกันโดยจำเลยยอมรื้อถอนและขนย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินรายพิพาทไปภายใน ๒ เดือน ครั้นต่อมาก่อนถึงกำหนดจำเลยแถลงต่อศาลแขวงพระนครได้ว่าไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญายอมและคำพิพากษาของศาลได้ เพราะนายเจียมผู้เช่าจากนายโนรีไม่ยอมออก จำเลยจึงไม่สามารถรื้อ ศาลหมายเรียกนายเจียมมาสอบ นายเจียมแถลงว่ายังหาที่อยู่ไม่ได้ของเวลาอีก ๓-๔ เดือน ศาลสั่งให้นายเจียมขนย้ายออกไปภายในกำหนดเวลาตามสัญญาย่อมความ นายเจียมข+ทราบคำสั่งในฐานะบริวารจำเลยครั้นแล้วนายเจียมกลับอุทธรณ์คำสั่งศาลว่าไม่ใช่บริวารนายโนรีและไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ นายเจียมอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์สั่งให้รับแล้ววินิจฉัยว่านายเจียมเข้าอยู่ในห้องที่นายโมรีปลูกสร้างโดยอาศัยสิทธินายโนรี เมื่อนายเจียมไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษต่อโจทก์ได้แล้วก็ตกอยู่ในฐานะบริวารของนายโนรี พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่บังคับให้นายเจียมออกจากที่พิพาทนายเจียมผู้ร้องฎีกาว่า (๑) คดีนี้โจทก์ยังไม่ได้ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญายอมความจะบังคับนายเจียมซึ่งแม้จะฟังว่าเป็นบริวารของจำเลยได้หรือยัง ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ ถึงแม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวอ้างมาแต่ต้น ก็ขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยได้ (๒) จำเลยอยู่ในห้องพิพาทด้วยสิทธิการเช่าเรียกว่าจำเลยสามารถแสดงสิทธิพิเศษได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔ ๒ แล้ว (๓) จำเลยมิใชบริวารของนายโมรี คำว่า "บริวาร" ต้องเป็น "ครอบครัว " ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า + (๔) นายเจียมอยู่ในฐานะผู้เช่าช่วงตามมาตรา ๕๔๕ แห่ง ป.พ.พ. อาจถูกโจทก์หรือนายโนรีฟ้องเรียกค่าเช่าหรือเลิกเช่าได้ ย่อมได้รับความคุ้มครองจากพ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ศาลฎีกาเห็นว่า (๑) ฎีกาข้อแรกไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๒๔๙ และแม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่ได้ยกขึ้นกล่าวอ้างมาแต่ศาลชั้นต้น (๒) "อำนาจพิเศษ" ซึ่งวงศ์ญาติและบริวารของจำเลยที่อยู่บนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์จะใช้ยับโจทก์ได้ภายหลังที่ศาลได้พิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ของโจทก์แล้วนั้นต้องเป็นอำนาจที่จะใช้ยันตัวโจทก์ได้เอง เรื่องนี้นายเจียมมิได้มีนิติสัมพันธ์อย่างหนึ่งอย่างใดกับโจทก์ เมื่อสัญญาเช่าที่นายโนรีทำไว้กับโจทก์หมดสิ้นไปสิทธิของนายเจียมซึ่งเช่าช่วงจากนายโนรี และอาศัยสิทธินายโนรีก็หมดไปด้วย (๓) คำว่า "บริวาร" ตาม ป.วิ.แพ่ง ม.๑๔๒(๑) กับ "ครอบครัว" หรือ + นั้นมีความหมายต่างกัน "บริวาร"ตามมาตรานี้หมายึงผู้ที่อาศัยสิทธิของผู้อื่นตรงกับคำว่า + บริวารจึงอาจเป็นบุคคลภายในครอบครัวหรือนอกครอบครัวของผู้ใดเช่นอย่างนายเจียมผู้ร้องนี้ก็เป็นบริวารของนายโนรี (๔) ข้อที่นายเจียมจะได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าในฐานะผู้เช่าช่วงเรือนพิพาทหรือไม่นั้น เป็นข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างมาแต่ศาลชั้นต้น จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1454/2497 นางประกอบเวชกิจ โจทก์ นายประสิทธิ์ที่ 1,นายสบผู้จัดการมรดกนายโนรี ผู้วายชนม์ที่ 2 จำเลย นายเจียมหรือมุ้ย ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประกอบเวชกิจ · จำเลย - นายประสิทธิ์ที่ 1,นายสบผู้จัดการมรดกนายโนรี ผู้วายชนม์ที่ 2 · ผู้ร้อง - นายเจียมหรือมุ้ย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยกรณ์พิทารณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายสวิง+ · ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ+
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3099/2524ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา