⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1992/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1992/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อพิพาทใดไปแล้วในคดีก่อน ย่อมผูกพันคู่ความในประเด็นนั้น และห้ามมิให้รื้อฟ้องร้องคดีใหม่ในประเด็นเดียวกันอีก โดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วห้ามมิให้คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เมื่อโจทก์และภริยาโจทก์แพ้คดีจำเลยในคดีก่อนโดยคดีถึงที่สุด ชั้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเงินที่ภริยาโจทก์ชำระให้ในคดีนั้นเป็นเงินที่ภริยาโจทก์ส่งเสียให้แก่จำเลยระหว่างต้องคดีฐานกบฏด้วยความกตัญญูมิได้มีการซื้อขายกันโดยสุจริตดังนี้โจทก์จะมาฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่เรียกเงินจำนวนนั้นคืน โดยอ้างว่าโจทก์ชำระไปโดยเจตนาเป็นสินจ้างตอบแทนในการซื้อขายกัน ซึ่งถ้าไม่มีการตกลงซื้อขายกันโจทก์ก็ไม่ชำระให้แก่จำเลยเช่นว่านี้ไม่ได้ เป็นฟ้องซ้ำต้องห้าม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้อนุสนธิมาจากคดีแพ่งดำที่ ๑๖๓/๒๔๘๔ แดงที่ ๑๘๔/๒๔๙๒ ซึ่งจำเลยได้ฟ้องโจทก์กับภริยาผู้เป็นบุตรีของจำเลย ให้โจทก์และภริยาส่งสังหาริมทรัพย์กับที่ดิน ๓ แปลงอ้างว่าระหว่างจำเลยถูกคุมขังฐานกบถนั้นมีเหตุอันควรเชื่อว่ารัฐบาลจะริบทรัพย์จำเลยจึงได้ฝากสังหาริมทรัพย์และโอนใส่ชื่อภริยาโจทก์ในโฉนด ๓ ฉบับ เพื่อป้องกันการริบทรัพย์โดยทำเป็นโอนขาย ความจริงมิได้มีสินจ้างตอบแทนกัน คดีถึงที่สุดชั้นศาลฎีกาพิพากษาให้แก้ทะเบียนแล้วลงชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินทั้ง ๓ แปลงดังกล่าว โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ขึ้น โจทก์ฟ้องจำเลยหลายประการคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะในข้อที่โจทก์ฟ้องเรียกเงิน ๘,๙๕๐ บาท ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นราคาค่าที่ดิน ๓ แปลง (ที่จำเลยฟ้องโจทก์ในคดีก่อนคือโฉนดที่ ๑๙๔๗,๒๙๘๔,๕๓๓ ) ซึ่งโจทก์จำเลยได้ตกลงซื้อขายกัน เงินจำนวนนี้โจทก์ได้ชำระแล้วโดยส่งเป็นเงินและเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่จำเลยในระหว่างถูกคุมขัง เมื่อศาลชี้ขาดให้โอนที่ดินกลับเป็นของจำเลย ๆ ก็มีหน้าที่ต้องคืนเงินจำนวนนี้ซึ่งโจทก์ชำระไปโดยเจตนาเป็นสินจ้างตอบแทนในการซื้อขายกันซึ่งถ้าไม่มีการตกลงซื้อขายแล้ว โจทก์ก็จะไม่ชำระเงินจำนวนนี้แก่จำเลยและค่าของเงินเวลานี้ตกต่ำ ๑๒ เท่า จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนโจทก์ตามอัตราค่าปริวรรคของเงินในเวลานี้เป็นเงิน ๑๐๗,๔๐๐ บาท จำเลยต่อสู้ตามฟ้องของโจทก์ข้อนี้ว่าเงิน ๘,๙๕๐ บาทนั้นศาลได้ชี้ขาดแล้ว โจทก์จะรื้อฟื้นขึ้นมาว่ากล่าวอีกไม่ได้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟ้องของโจทก์ข้อนี้ว่าศาลได้ชี้ขาดในข้อเท็จจริงในคดีก่อนแล้วว่ามิได้มีการซื้อขายกันโดยสุจริตและไม่มีสินจ้างและให้โอนที่ดินคืนแก่จำเลย โจทก์ฟ้องเรียกราคาซื้อขายคืนไม่ได้เป็นฟ้องซ้ำ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคดีเดิมจำเลยฟ้องโจทก์และภริยาเรียกสังหาริมทรัพย์และที่ดินรวม ๓ แปลง และโจทก์กับภริยาต่อสู้ในคดีนั้นว่าเป็นการซื้อขายและชำระราคาให้แก่จำเลยเสร็จแล้วดังฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ ประเด็นสำคัญแห่งคดีเรื่องนั้นรวมาถึงการซื้อขายและราคา ๘,๙๕๐ บาท ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่าภริยาโจทก์ได้ส่งเสียให้แก่จำเลยด้วยความกตัญญูมิได้มีการซื้อขายกันโดยสุจริต เมื่อโจทก์มาฟ้องในประเด็นเดียวกันและเป็นคู่ความคนเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้าม พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1992/2497 หลวงเทพนรินทร์ โจทก์ ม.จ.สุขปรารถ กมลาสน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - หลวงเทพนรินทร์ · จำเลย - ม.จ.สุขปรารถ กมลาสน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · ดุลยการณ์โกวิท · นนทประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกิ่ง ศาลิคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนฤบาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 2570/2554ฎีกา 345/2495ฎีกา 2779/2544ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2585/2525ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 3785/2545ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1182/2491ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1081/2549ฎีกา 1642/2545ฎีกา 261/2506ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา