คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2497
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยเคยเป็นความกัน ฟ้องขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์ คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์แล้ว โจทก์มาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย โดยอ้างว่า จำเลยทำนาในนาพิพาทโดยไม่มีอำนาจ เมื่อปรากฎว่าโจทก์มีทางที่จะเรียกค่าเสียหายที่ได้เกิดขึ้นแล้ว แม้จะเกิดขึ้นต่อไปรวมไปในฟ้องโจทก์ในคดีก่อนได้อยู่แล้วแต่โจทก์ไม่เรียกร้องเสียในคดีก่อนนั้น จะมาฟ้องเรียกภายหลัง ก็ย่อมเป็นฟ้องซ้ำ ( อ้างฎีกาที่ 744/2496 )
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยเป็นเงิน ๕๒๕๐ บาท ในฐานที่จำเลยเข้าไปทำนา ซึ่งเป็นของวัดนางชำ โดยไม่มีอำนาจ
จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิในนาพิพาท
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ฯลฯ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ได้ความว่า โจทก์จำเลยเป็นความกันในคดีก่อนขอให้ศาลแสดงว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นมรดกตกได้แก่วัดนางชำ แม้ในคดีนี้จะเป็นเรื่องฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนก็ดี แต่ประเด็นที่จะต้องพิจารณาก็เนื่องมาจากมูลฐานเดียวกัน คือจำเลยได้เข้าทำนาในที่ดินรายพิพาทของโจทก์โดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กรณีต้องด้วยวรรคแรกของ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๑๔๘ จึงเป็นฟ้องซ้ำตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๔๔/๒๔๙๖
จึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 266/2497
นายบำรุง เจิมมงคล ผู้รับมอบอำนาจจากพระอธิการบุญมีเจ้าอาวาสวัดนางชำ
นายยอด ประกอบบุญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้รับมอบอำนาจจากพระอธิการบุญมีเจ้าอาวาสวัดนางชำ - นายบำรุง เจิมมงคล · จำเลย - นายยอด ประกอบบุญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายชวน พูนคำ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประธานคดีศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา