⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 383/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2497

ป.พ.พ. ม.448

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเรียกร้องค่าเสียหายในมูลละเมิดที่เกิดจากความผิดอาญา ให้นับอายุความตามกฎหมายอาญาที่ยาวกว่า โดยอายุความดังกล่าวจะใช้บังคับเฉพาะกับผู้กระทำผิดหรือผู้ร่วมกระทำผิดเท่านั้น ไม่รวมถึงบุคคลอื่นที่มิได้มีส่วนร่วมในการกระทำผิด.

ย่อคำพิพากษา

การเรียกร้องค่าเสียหายในฐานละเมิด ในมูลอันเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ให้นับอายุความทางอาญาที่ยาวกว่าตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 448 วรรค 2 นั้น หมายความเฉพาะการเรียกร้องจากตัวผู้กระทำผิดหรือผู้ร่วมในการกระทำผิดโดยเฉพาะ มิได้หมายความถึงผู้อื่นที่มิได้มีส่วนร่วม ในการกระทำผิดด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๔๙๒ จำเลยที่ ๑ กระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้ขับรถยนต์โดยสารด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังชนและทับนายประทุม สุมนเตมีย์สามีโจทก์ถึงแก่ความตาย พนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยที่ ๑ ต่อศาลๆ พิพากษาจำคุก ๓ ปี โดยฟังว่าขับรถยนต์อ้วยความประมาทชนนายประทุบตายจริง จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ต้องรับในความเสียหายของโจทก์ในฐานะเป็นนายจ้างจำเลยที่ ๑ ด้วย คือ จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของรถยนต์และนำรถคันนี้เข้าร่วมประกอบการขนส่งรับคนโดยสา+กับจำเลยที่ ๓ โดยตกลงแบ่งผลประโยชน์ต่อกดัน จำเลยที่ ๓ เป็นบริษัทจำกัด ทำการรับส่งคนโดยสาร ซึ่งมีรถยนต์ของจำเลยที่ ๓ เอง และรถของผู้อื่นนำเข้ามาร่วมด้วยในลักษณะหุ้นส่วน โจทก์จึงขอให้จำเลยร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ เป็นเงิน ๑๑๓๖๐๐ บาทกับดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ - ๓ปฏิเสธความรับผิด และต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๔๔๘ วรรค ๑ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๓ ให้จำเลยที่ ๑ - ๒ ใช้เงิน ๓๐๔๐๐ บาท กับดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ - ๓ ขาดอายุความ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกามีมติในที่ประชุมใหญ่ว่า การเรียกร้องค่าเสียหายในฐานละเมิด โดยปกติผู้เสียหายพึงมีสิทธิเรียกร้องภายใน ๑ ปีตามป.ม.แพ่งฯมาตรา ๔๔๘ วรรค ๑ ส่วนการเรียกร้องค่าเสียหายในมูลอันเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา จึงให้นับอายุความทางอาญาที่ยาวกว่า ดังที่ปรากฎในวรรค ๒ นั้น หมายความเฉพาะการเรียกร้องจากตัวผู้กระทำผิดหรือผู้ร่วมในการกระทำผิดโดยเฉพาะ มิได้หมายความถึงผู้อื่นที่มิได้ร่วมในการกระทำผิดด้วย ฉะนั้นการเรียกร้องเอาแก่จำเลยที่ ๒ - ๓ จึงต้องนับอายุความตามมาตราวรรค ๑ คือ ๑ ปี การที่โจทก์มาฟ้องคดีเกินกำหนด ๑ ปี โดยมิได้สืบแสดงให้เห็นว่าเพิ่งรู้ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ที่จะพึงต้องรับใช้ค่าเสียหายเช่นนี้ต้องถือว่าคดีขาดอายุความ ฯลฯ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2497 นางส้มเกษ สุมนเศนีย์ โจทก์ นายประพล ภะวะโชติ ที่ 1, นายสมจิตร ธรรมสาโรธ ที่ 2, บริษัทรถเมล์เหลือง จำกัดโดยพันเอกสัน โสภะถะสิน ประธานกรรมการ ที่ 3, จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางส้มเกษ สุมนเศนีย์ · บริษัทรถเมล์เหลือง - นายประพล ภะวะโชติ ที่ 1, นายสมจิตร ธรรมสาโรธ ที่ 2, · จำเลย - จำกัดโดยพันเอกสัน โสภะถะสิน ประธานกรรมการ ที่ 3,
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - หลวงพิชัยบัณฑิต · ศาลอุทธรณ์ - หลวงชำนาญเนติศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2908/2530ฎีกา 3089/2537ฎีกา 6304/2540ฎีกา 15036/2558ฎีกา 11161/2558ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2225/2536ฎีกา 4258/2541ฎีกา 860/2525ฎีกา 588/2514ฎีกา 1913/2534ฎีกา 2499/2524ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2081/2557ฎีกา 7231/2538ฎีกา 3763/2532ฎีกา 1807/2505ฎีกา 2562/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา