คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่ไม่มีหนังสือสำคัญ ต้องครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี
2. การฟ้องคดีขอให้ศาลสั่งให้ผู้ซื้อที่ดินมือเปล่าคืนที่ดินนั้นแก่เจ้าของเดิม ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันที่เจ้าของเดิมรู้ว่าที่ดินถูกแบ่งการครอบครองไป
ย่อคำพิพากษา
ที่บ้านที่สวนไม่มีหนังสือสำคัญนั้นจะต้องละทิ้งเป็นเวลานาน 9 -10 ปี จึงจะขาดสิทธิตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 ( อ้างฎีกาที่ 5/2495)
ซื้อที่ดินมือเปล่าจากผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของ ครองครองมาเจ้าของรู้ว่าถูกแบ่งครอบครองแล้ว ไม่ฟ้องใน 1 ปี ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องว่า จำเลยเข้ามาปลูกเรือนในที่ดินของโจทก์ เป็นการรบกวนสิทธิครอบครองขอให้ขับไล่และรื้อเรือนไป
จำเลยให้การว่า เป็นที่ดินของจำเลยซึ่งได้รับโอนจากนายเนียรโดยจดทะเบียนสิทธิตามกฎหมาย ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า คดีขาดอายุความแล้ว
ศาลชั้นต้นฟังว่ายังไม่ขาดอายุความพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและรื้อเรือนออกไป
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า ขาดอายุความแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าที่พิพากษาเป็นที่บ้านที่สวน อันโจทก์มีสิทธิในที่นี้ตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ การละทิ้งจะต้องเป็นเวลานานถึง ๙ - ๑๐ ปี โจทก์จึงจะขาดสิทธิ ทางพิจารณาโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าเป็นที่บ้าน ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังตามจำเลยนำสืบว่า จำเลยซื้อที่ดินครอบครองมา แม้จะไม่ใช่ซื้อจากเจ้าของ แต่เมื่อโจทก์ทราบเรื่องถูกแย่งครอบครอง ไม่ได้ฟ้องจำเลยภายในกำหนด ๑ ปี คดีขาดอายุความ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2497
นายหมา สุขขวก โจทก์
นายพจน์ กำจร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหมา สุขขวก · จำเลย - นายพจน์ กำจร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทประชา · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายถนัด ลีลากุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอาทรคดีราษฎร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา