⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 601/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 601/2497

ป.พ.พ. ม.1300

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิของผู้ซื้อตามสัญญาจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นเพียงบุคคลสิทธิ ไม่ใช่ทรัพย์สิทธิ จึงไม่มีสิทธิฟ้องให้เพิกถอนการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียนไว้แล้วตามมาตรา 1300

ย่อคำพิพากษา

สิทธิตามสัญญาจะซื้อขายอสังหาาริมทรัพย์นั้น เป็นเพียงบุคคลสิทธิ ไม่ใช่ทรัพย์สิทธิซึ่งจะติดตามตัวทรัพย์เอากลับคืนจากบุคคลภายนอกได้และไม่เป็นสิทธิที่จะจดทะิบียนได้ จึงไม่มีสิทธิที่จะจดทะเบียนได้ จึงไม่มีสิทธิจะฟ้องร้องให้เพิกถอนการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่บุคคลอื่นได้จดทะเบียนไว้แล้ตามมาตรา 1300

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่า จำเลยตกลงจะขายที่นาแปลงวหนึ่งให้โจทก์ โจทก์ได้วางมัดจำไว้บ้างแล้ว ตกลงกันว่าเมื่อจำเลยได้รับโฉนดแล้วจะไปทำสัญญาซื้อขายกันต่อเจ้าพนักงาน จำเลยได้รับโฉนดแล้วกลับโอนขายให้จำเลยที่ ๒ เป็นการสมยอมและไม่สุจริต ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยที่ ๑ โอนโฉนดให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่าโจทก์เป็นฝ่ายไม่ปฏิบัติตามสัญญา ไม่มาวางเงินโอนโฉนดและว่าตามสัญญามีว่าฝ่ายใดผิดสัญญา ก็ให้ริบมัดจำปรักบค่าเสียหายเท่านั้น ส่วนจำเลยที่ ๒ ว่าซื้อนาพิพากษาโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทน ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยที่ ๒ รู้ว่าจำเลยที่ ๑ จะขายนาพิพาทให้โจทก์ จึงเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต และเห็นว่าคู่กรณีมิได้ประสงค์จะให้เรียกแต่ค่าเสียหายอย่างเดียว พิพากษาให้เพิกถอนสัญญาขายนาระหว่างจำเลยทั้งสองเสีย บังคับให้ขายให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยที่ ๒ ซื้อนาพิพาทโดยเสียค่าตอบแทน โจทก์ไม่ใช่ผู้อยู่ในฐานะจะจดทะเบียนได้ก่อน ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๓๐๐ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สิทธิตามสัญญาจะซื้อขายเป็นเพียงบุคคลสิทธิ โจทก์หามีทรัพย์สิทธิจะติดตามตัวทรัพย์ไปเอากลับคืนมรจากบุคคลมาจากบุคคลภายนอกได้ไม่ สิทธิที่โจทก์ได้มาตามสัญญาจะซื้อขายนั้นหาใช่สิทธิที่จะจดทะเบียนได้ จึงไม่มีสิทธิฟ้องร้องให้เพิกถอนการจดทะเบียนรายนี้ตามมาตรา ๑๓๐๐ ส่วนที่โจทก์กล่าวว่า การโอนระหว่างจำเลยทั้งาสองเป็นการสมยอมนั้น จะเพิกถอนได้ก็เป็นเรื่องให้เพิกถอนการฉ้อฉลตามมาตรา ๒๓๗ ซึ่งโจทก์จะต้องพิสูจน์ให้ได้ความว่า ลูกหนี้กระทำลงทั้งที่รู้ว่าเจ้าหนี้เสียเปรียบจึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 601/2497 นายบุญช่วย ชูไสวที่ 1, นางจับ ชูไสวที่ 2, โจทก์ นายขันธ์ เดชะเทศที่ 1, นายชวน ชวนิชย์ที่ 2, จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญช่วย ชูไสวที่ 1, นางจับ ชูไสวที่ 2, · จำเลย - นายขันธ์ เดชะเทศที่ 1, นายชวน ชวนิชย์ที่ 2,
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสกล ตันติเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 181/2512ฎีกา 663/2475ฎีกา 180/2502ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1145/2495ฎีกา 230/2501ฎีกา 15964/2553ฎีกา 1480/2563ฎีกา 7214/2538ฎีกา 3568/2548ฎีกา 100/2497ฎีกา 866/2493ฎีกา 71/2488ฎีกา 609/2544ฎีกา 206/2491ฎีกา 1046/2517ฎีกา 6710/2538ฎีกา 438/2495ฎีกา 1623/2525ฎีกา 2961/2517ฎีกา 2857/2558ฎีกา 430/2562ฎีกา 1007/2529ฎีกา 1058/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา