⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 700/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 700/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การบรรยายฟ้องว่ากระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยมีคำอธิบายในวงเล็บท้ายข้อหาหนึ่งข้อหาใด ไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม หากคำอธิบายในวงเล็บนั้นไม่ขัดแย้งกับข้อหาหลัก 2. ผู้รับของโจรสามารถถูกลงโทษได้ แม้ว่าผู้ลักทรัพย์จะไม่ได้ถูกดำเนินคดีหรือลงโทษก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

บรรยายฟ้องว่าจำเลยลักแขลก (ครั่งเม็ด) และรับของโจร แล้วมีความในวงเล็บว่าครั่งเม็ด แต่นำสืบว่าครั่งเม็ดหาย จำเลยเป็นผู้ลักและรับของโจร ดังนี้ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะโจทก์ใช้ถ้อยคำในฟ้องให้เข้าใจโดยมีความในฟ้องให้เข้าใจโดยมีความในวงเล็บว่า ครั่งเม็ด ไม่มีทางจะรับฟังไปได้ว่าครั่งเม็ด ไม่มีทางจะรับฟังไปได้ว่าครั่งเม็ดของกลางไม่ใช่แขลกตามฟ้องของโจทก์ ฟ้องว่าลักทรัพย์ รับของโจรเมื่อได้ความว่าทรัพย์รายนั้นได้ถูกลักไป แม้ว่าจะไม่ได้ตัวผู้ลักทรัพย์มาลงโทษตามกฎหมาย ก็ลงโทษผู้รับของโจรได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.321 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องจำเลยที่ ๑,๒,๓, ว่าลักแขลก( ครั่งเม็ด ) จำเลยที่ ๔ รับของโจร จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ ๓ ฐานลักทรัพย์จำเลยที่ ๔ ฐานรับของโจร ปลอ่ยจำเลยที่ ๑,๒, จำเลยที่ ๓,๔, อุทธรณ์ คดีสำหรับตัวจำเลยที่ ๑,๒, เป็นอันยุติถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๓ นอกนั้นยืน โจทก์และจำเลยที่ ๔ ฎีกา สำหรับจำเลยฎีกาในข้อกฎหมาย ๒ ข้อคือ ( ๑ ) ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมโดยเขียนฟ้องว่าแชลก แล้ววงเล็บข้อความไว้ว่าครั่งเม็ดซึ่งสิ่งของสองสิ่งนี้ไม่เหมือนกัน ทำให้จำเลยหลงสู้ ( ๒ ) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยที่ ๑,๒,๓, แล้วจึงไม่มีจำเลยผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้ลักทรัพย์ดังโจทก์ฟ้อง และผู้สมคบอีกคนหนึ่งก็จับตัวไม่ได้ไม่ได้มีการพิจารณาถึง เมื่อโจทก์พิศูจน์ไม่ได้ว่ามีผู้ร้ายได้ลักของไปเช่นนี้ คดีจึงลงโทษจำเลยที่ ๔ ฐานรับของโจรไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าในปัญหาข้อ ( ๑ ) นั้น ความจริงจำเลยที่ ๔ มิได้ยกขึ้นต่อสู้ในชั้นศาลล่างมาชัดแจ้ง จำเลยที่ ๔ ต่อสู้ไปในทางว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในการพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ศาลต้องยกฟ้องตาม ป.วิ.อาญามาตรา ๑๙๒ แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม หาได้วินิจฉัยชี้ขาดตรงตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ ๔ ไม่ อย่างไรก็ดีฟ้องของโจทก์ที่กล่าวว่าแขลกแล้วมีความในวงเล็บครั่งเม็ดนั้น แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าครั่งเม็ดได้ถูกลักไปก็ไม่ทำให้ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ดังนี้เท่ากับชี้ขาดว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือลคลุมนั่นเอง ในปัญหาข้อ (๒) นั้น ได้ความแล้วว่าทรัพย์รายนี้ได้ถูกลักไป แม้หากจะไม่ได้ตัวผู้ลักทรัพย์มาลงโทษตามกฎหมาย ศาลก็ยังลงโทษผู้รับของโจรรได้ ฎีกาของจำเลยทั้ง ๒ ข้อฟังไม่ได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 700/2497 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายไสว เกิดสว่างที่ 1, นายชนิด เสนีย์วงษ์ที่ 2, พันจ่าอากาศเอกพื้น ศรเพ็ชรที่ 3, นายจรูญ ยิ่งสวัสดิ์ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · ศรเพ็ชรที่ - นายไสว เกิดสว่างที่ 1, นายชนิด เสนีย์วงษ์ที่ 2, พันจ่าอากาศเอกพื้น · จำเลย - 3, นายจรูญ ยิ่งสวัสดิ์ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายประสาท สุคนธมาน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิศักดิ์เนตินาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา