คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 700/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การบรรยายฟ้องว่ากระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยมีคำอธิบายในวงเล็บท้ายข้อหาหนึ่งข้อหาใด ไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม หากคำอธิบายในวงเล็บนั้นไม่ขัดแย้งกับข้อหาหลัก
2. ผู้รับของโจรสามารถถูกลงโทษได้ แม้ว่าผู้ลักทรัพย์จะไม่ได้ถูกดำเนินคดีหรือลงโทษก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
บรรยายฟ้องว่าจำเลยลักแขลก (ครั่งเม็ด) และรับของโจร แล้วมีความในวงเล็บว่าครั่งเม็ด แต่นำสืบว่าครั่งเม็ดหาย จำเลยเป็นผู้ลักและรับของโจร ดังนี้ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะโจทก์ใช้ถ้อยคำในฟ้องให้เข้าใจโดยมีความในฟ้องให้เข้าใจโดยมีความในวงเล็บว่า ครั่งเม็ด ไม่มีทางจะรับฟังไปได้ว่าครั่งเม็ด ไม่มีทางจะรับฟังไปได้ว่าครั่งเม็ดของกลางไม่ใช่แขลกตามฟ้องของโจทก์
ฟ้องว่าลักทรัพย์ รับของโจรเมื่อได้ความว่าทรัพย์รายนั้นได้ถูกลักไป แม้ว่าจะไม่ได้ตัวผู้ลักทรัพย์มาลงโทษตามกฎหมาย ก็ลงโทษผู้รับของโจรได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องจำเลยที่ ๑,๒,๓, ว่าลักแขลก( ครั่งเม็ด ) จำเลยที่ ๔ รับของโจร
จำเลยปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ ๓ ฐานลักทรัพย์จำเลยที่ ๔ ฐานรับของโจร ปลอ่ยจำเลยที่ ๑,๒,
จำเลยที่ ๓,๔, อุทธรณ์ คดีสำหรับตัวจำเลยที่ ๑,๒, เป็นอันยุติถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๓ นอกนั้นยืน
โจทก์และจำเลยที่ ๔ ฎีกา สำหรับจำเลยฎีกาในข้อกฎหมาย ๒ ข้อคือ ( ๑ ) ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมโดยเขียนฟ้องว่าแชลก แล้ววงเล็บข้อความไว้ว่าครั่งเม็ดซึ่งสิ่งของสองสิ่งนี้ไม่เหมือนกัน ทำให้จำเลยหลงสู้ ( ๒ ) ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยที่ ๑,๒,๓, แล้วจึงไม่มีจำเลยผู้หนึ่งผู้ใดเป็นผู้ลักทรัพย์ดังโจทก์ฟ้อง และผู้สมคบอีกคนหนึ่งก็จับตัวไม่ได้ไม่ได้มีการพิจารณาถึง เมื่อโจทก์พิศูจน์ไม่ได้ว่ามีผู้ร้ายได้ลักของไปเช่นนี้ คดีจึงลงโทษจำเลยที่ ๔ ฐานรับของโจรไม่ได้
ศาลฎีกาเห็นว่าในปัญหาข้อ ( ๑ ) นั้น ความจริงจำเลยที่ ๔ มิได้ยกขึ้นต่อสู้ในชั้นศาลล่างมาชัดแจ้ง จำเลยที่ ๔ ต่อสู้ไปในทางว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในการพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ศาลต้องยกฟ้องตาม ป.วิ.อาญามาตรา ๑๙๒ แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม หาได้วินิจฉัยชี้ขาดตรงตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ ๔ ไม่ อย่างไรก็ดีฟ้องของโจทก์ที่กล่าวว่าแขลกแล้วมีความในวงเล็บครั่งเม็ดนั้น แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าครั่งเม็ดได้ถูกลักไปก็ไม่ทำให้ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง ดังนี้เท่ากับชี้ขาดว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือลคลุมนั่นเอง
ในปัญหาข้อ (๒) นั้น ได้ความแล้วว่าทรัพย์รายนี้ได้ถูกลักไป แม้หากจะไม่ได้ตัวผู้ลักทรัพย์มาลงโทษตามกฎหมาย ศาลก็ยังลงโทษผู้รับของโจรรได้ ฎีกาของจำเลยทั้ง ๒ ข้อฟังไม่ได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 700/2497
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายไสว เกิดสว่างที่ 1, นายชนิด เสนีย์วงษ์ที่ 2, พันจ่าอากาศเอกพื้น ศรเพ็ชรที่
3, นายจรูญ ยิ่งสวัสดิ์ที่ 4 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · ศรเพ็ชรที่ - นายไสว เกิดสว่างที่ 1, นายชนิด เสนีย์วงษ์ที่ 2, พันจ่าอากาศเอกพื้น · จำเลย - 3, นายจรูญ ยิ่งสวัสดิ์ที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายประสาท สุคนธมาน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิศักดิ์เนตินาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา