⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1122/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1122/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สัญญาไม่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น คู่สัญญาฝ่ายที่ชนะคดีมีสิทธิเรียกให้คู่สัญญาอีกฝ่ายชำระหนี้ส่วนที่เกินกว่าจำนวนเงินที่วางไว้กับคนกลางได้ และมีสิทธิเรียกเงินที่ตนเองวางไว้กับคนกลางคืนได้เมื่อตนเป็นฝ่ายชนะคดี

ย่อคำพิพากษา

ตามสัญญาที่ตกลงทำกันไว้ไม่มีข้อความตัดสิทธิจำเลยว่าเมื่อโจทก์กับพวกแพ้คดีจำเลยแล้วห้ามจำเลยเรียกเงินนอกจากที่วางไว้กับคนกลาง ภายหลังปรากฎว่าโจทก์กับพวกแพ้คดีจำเลยและต้องเสียเงินเกินกว่าจำนวนที่ว่างไว้แล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิบังคับเอาอีกได้ ส่วนจำนวนเงินที่จำเลยวางไว้กับคนกลาง เผื่อว่าเมื่อจำเลยแพ้คดีจะได้ชำระแก่โจทก์กับพวก นั้น เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะจำเลยก็ย่อมมีสิทธิเรียกเงินนั้นคืนได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกคืนเงินที่จำเลยรับจากโจทก์เกินไป ๘๗๔๒.๒๒ บาท โดยที่โจทก์จำเลยกับนายกิตต์กวงได้ตกลงกันตามสัญญาท้ายฟ้องในอีกคดีหนึ่งวางเงินคนละเท่า ๆ กันไว้กับคนกลาง เมื่อคดีนั้นถึงที่สุดแล้วผู้ใดมีสิทธิได้รับตามคำพิพากษาเท่าใดก็ไปรับจากคนกลางได้ ผลที่สุดจำเลยชนะจึงไปรับเงินนั้นทั้งหมอและยังยึดทรัพย์โจทก์โจทก์และนายกิตต์กวงใช้ค่าธรรมเนียมค่าทนายในคดีนั้นอีกตามจำนวนที่โจทก์เรียกร้อง จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินเกินมาได้รับเงินที่โจทก์นายกิตต์กวงวางไว้กับของจำเลย ส่วนเงินค่าธรรมเนียมค่าทนายโจทก์และนายกิตต์กวงวางศาลนั้นที่เกินจำเลยก็คืนศาลแล้ว คู่ความต่างแถลงรับข้อเท็จจริงบางข้อและรับกันว่าสัญญาท้ายฟ้องถูกต้องต่างไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยที่สัญญาไม่มีใจความชัดแจ้งว่าจำเลยจะได้รับชำระหนี้เพียงเงินที่วางไว้กับคนกลางเท่านั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมาเกี่ยวกับการแปลสัญญาท้ายฟ้อง ข้อ ๑,๒ ศาลฎีกาเห็นว่าตามสัญญาที่โจทก์จำเลยและนายกิตต์กวงได้ตกลงทำกันไว้ดังกล่าวเบื้องต้นไม่มีข้อความใดตัดสิทธิจำเลยว่าเมื่อโจทก์และนายกิตต์กวงแพ้คดีจำเลยแล้วห้ามมิให้จำเลยเรียกเงินนอกจากที่วางไว้ได้อีก ฉนั้นเมื่อโจทก์และนายกิตต์กวงแพ้คดีจำเลยและจำเลยเสียเงินเกินกว่าจำนวนที่วางไว้ จำเลยจึงมีสิทธิจะบังคับเอาได้อีกส่วนเงินที่จำเลยวางไว้เผื่อว่าเมื่อแพ้คดีจะได้ชำระให้แก่โจทก์และนายกิตต์กวงนั้น เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีจำเลยจึงมีสิทธิเรียกเงินของจำเลยจากนายยือเคียม แซ่โกว คนกลางผู้รักษาเงินไว้คืนไปได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1122/2498 นายบวร ชูแสงกูล โจทก์ นายเทียม ซื้อขวัญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบวร ชูแสงกูล · จำเลย - นายเทียม ซื้อขวัญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจิตติ วุฒิปาณี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 591/2531ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 231/2482ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 4590/2553ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2224/2528ฎีกา 591/2513ฎีกา 1061/2511ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา