คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1122/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สัญญาไม่ได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น คู่สัญญาฝ่ายที่ชนะคดีมีสิทธิเรียกให้คู่สัญญาอีกฝ่ายชำระหนี้ส่วนที่เกินกว่าจำนวนเงินที่วางไว้กับคนกลางได้ และมีสิทธิเรียกเงินที่ตนเองวางไว้กับคนกลางคืนได้เมื่อตนเป็นฝ่ายชนะคดี
ย่อคำพิพากษา
ตามสัญญาที่ตกลงทำกันไว้ไม่มีข้อความตัดสิทธิจำเลยว่าเมื่อโจทก์กับพวกแพ้คดีจำเลยแล้วห้ามจำเลยเรียกเงินนอกจากที่วางไว้กับคนกลาง ภายหลังปรากฎว่าโจทก์กับพวกแพ้คดีจำเลยและต้องเสียเงินเกินกว่าจำนวนที่ว่างไว้แล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิบังคับเอาอีกได้
ส่วนจำนวนเงินที่จำเลยวางไว้กับคนกลาง เผื่อว่าเมื่อจำเลยแพ้คดีจะได้ชำระแก่โจทก์กับพวก นั้น เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะจำเลยก็ย่อมมีสิทธิเรียกเงินนั้นคืนได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกคืนเงินที่จำเลยรับจากโจทก์เกินไป ๘๗๔๒.๒๒ บาท โดยที่โจทก์จำเลยกับนายกิตต์กวงได้ตกลงกันตามสัญญาท้ายฟ้องในอีกคดีหนึ่งวางเงินคนละเท่า ๆ กันไว้กับคนกลาง เมื่อคดีนั้นถึงที่สุดแล้วผู้ใดมีสิทธิได้รับตามคำพิพากษาเท่าใดก็ไปรับจากคนกลางได้ ผลที่สุดจำเลยชนะจึงไปรับเงินนั้นทั้งหมอและยังยึดทรัพย์โจทก์โจทก์และนายกิตต์กวงใช้ค่าธรรมเนียมค่าทนายในคดีนั้นอีกตามจำนวนที่โจทก์เรียกร้อง จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินเกินมาได้รับเงินที่โจทก์นายกิตต์กวงวางไว้กับของจำเลย ส่วนเงินค่าธรรมเนียมค่าทนายโจทก์และนายกิตต์กวงวางศาลนั้นที่เกินจำเลยก็คืนศาลแล้ว
คู่ความต่างแถลงรับข้อเท็จจริงบางข้อและรับกันว่าสัญญาท้ายฟ้องถูกต้องต่างไม่สืบพยาน
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยที่สัญญาไม่มีใจความชัดแจ้งว่าจำเลยจะได้รับชำระหนี้เพียงเงินที่วางไว้กับคนกลางเท่านั้น
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาต่อมาเกี่ยวกับการแปลสัญญาท้ายฟ้อง ข้อ ๑,๒
ศาลฎีกาเห็นว่าตามสัญญาที่โจทก์จำเลยและนายกิตต์กวงได้ตกลงทำกันไว้ดังกล่าวเบื้องต้นไม่มีข้อความใดตัดสิทธิจำเลยว่าเมื่อโจทก์และนายกิตต์กวงแพ้คดีจำเลยแล้วห้ามมิให้จำเลยเรียกเงินนอกจากที่วางไว้ได้อีก ฉนั้นเมื่อโจทก์และนายกิตต์กวงแพ้คดีจำเลยและจำเลยเสียเงินเกินกว่าจำนวนที่วางไว้ จำเลยจึงมีสิทธิจะบังคับเอาได้อีกส่วนเงินที่จำเลยวางไว้เผื่อว่าเมื่อแพ้คดีจะได้ชำระให้แก่โจทก์และนายกิตต์กวงนั้น เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีจำเลยจึงมีสิทธิเรียกเงินของจำเลยจากนายยือเคียม แซ่โกว คนกลางผู้รักษาเงินไว้คืนไปได้
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1122/2498
นายบวร ชูแสงกูล โจทก์
นายเทียม ซื้อขวัญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบวร ชูแสงกูล · จำเลย - นายเทียม ซื้อขวัญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายจิตติ วุฒิปาณี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา