คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิสูจน์ความผิดอาญาต้องปราศจากข้อสงสัย โดยพยานหลักฐานแวดล้อมที่สอดคล้องเชื่อมโยงกันสามารถนำไปสู่การลงโทษได้ แม้จะไม่มีพยานบุคคลเห็นเหตุการณ์โดยตรงก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ให้ศาลใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวงอย่าพิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทำผิดจริง และจำเลยเป็นผู้กระทำผิดนั้น
โจทก์มีพยานแวดล้อมว่า "ก่อนเกิดเหตุครึ่งเดือนผู้ตายชกนายใยจำเลยเรื่องแย่งวิดปลาที่นาพ่อตา ซึ่งผู้ตายเคยวิดมาทุกปี และในวันเกิดเหตุเวลาเย็นจำเลยทั้งสามถืออาวุธมาชวนผู้ตายไปดูข้าวที่นาซึ่งนายใบจำเลยเช่าพ่อตาผู้ตายทำ ผู้ตายได้ไปกับจำเลยทั้ง 3 โดยไม่มีอาวุธ ประมาณหุงข้าวสุกผู้ตายก็ถูกทำร้ายถึงตายที่นาพ่อตาทั้งนายจันนายวันจำเลยก็รับว่าได้ทำร้ายผู้ตายตายจริง อ้างว่าผู้ตายเข้าไปลักข้าวในนาและต่อสู้กัน แต่ไม่ปรากฎว่าจำเลยทั้งสามมีบาดเจ็บเลย ส่วนบาดแผลของผู้ตายมีถึง 6 แห่ง ถูกทำร้ายด้วยของแข็งและมีคม หลักฐานพยานโจทก์แวดล้อมกรณีเหล่านี้ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยสมคบกันฆ่าผู้ตายโดยเจตนา ดังนี้แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยทั้งสามเป็นคนฆ่าผู้ตายก็ตาม ก็ลงโทษจำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันใช้มีดและไม้ฟันและตี นายพุ่ม โดยเจตนาฆ่าให้ตาย และนายพุ่มได้ตายเพราะพิษบาดแผลที่ถูกทำร้าย ขอให้ลงโทษ
นายจันและนายวันให้การต้องกันภาคเสธว่านายพุ่มผู้ตายกับพวกอีกคนหนึ่งได้สมคบกันลักข้าวในลานนาจำเลย ๆ จะเข้าจับกุมนายพุ่มผู้ตายกับพวกใช้มีดและปืนทำร้ายจำเลย ๆ จึงใช้ไม้ตีป้องกันตัว หาได้เจตนาฆ่าไม่
นายใบจำเลยปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นเห็นว่าผู้ตายมาที่ลานนาในเวลาค่ำคืนย่อมทำให้จำเลยสงสัยได้ง่ายว่าเป็นคนร้ายและเชื่อว่าเป็นคนร้ายและทำร้ายเอาเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่านายวัน นายจัน และนายใบ จำเลยมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม. ๒๔๙ ,๖๓ ให้จำคุกจำเลยไว้คนละ ๒๐ ปี
จำเลยทั้ง ๓ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยทั้ง ๓ ฆ่านายพุ่มตายก็ตาม แต่โจทก์ก็มีพยานแวดล้อมว่าก่อนเกิดเหตุประมาณครึ่งเดือน นายพุ่มได้ชกนายใบจำเลยเรื่องแย่งวิดปลาที่นาพ่อตา ซึ่งนายพุ่มเคยวิดปลาทุกปี และในวันเกิดเหตุเวลาเย็นจำเลยทั้ง ๓ ถืออาวุธมาชวนนายพุ่มไปดูข้าวที่นาซึ่งนายใบจำเลยเช่าพ่อตานายพุ่มทำ นายพุ่มได้ไปกับจำเลยทั้งสามโดยไม่มีอาวุธประมาณหุงข้าวสุกหนึ่งหม้อ ได้ถูกทำร้ายถึงตายที่นาพ่อตานายจันและนายวันจำเลยก็รับว่าได้ทำร้ายนายพุ่ม ตายจริง โดยว่าเข้าไปลักข้าวในนาและต่อสู้กัน แต่ไม่ปรากฎว่าจำเลยทั้ง ๓ มีบาดแผลเลย บาดแผลผู้ตายมีรวมถึง ๖ แผล ถูกทำร้ายด้วยอาวุธของแข็งและมีคม แสดงให้เห็นว่าใด้เจตนาทำร้ายนายพุ่มให้ถึงแก่ความตาย หลักฐานพยานโจทก์แวดล้อมกรณีแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้ง ๓ ได้สมคบกันฆ่านายพุ่มตายโดยเจตนา พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2498
พนักงานอัยการ จังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายจัน อุ่นประชา ที่ 1 นายวัน อุ่นประชา ที่ 2 นายใบ อุ่นประชาที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายจัน อุ่นประชา ที่ 1 นายวัน อุ่นประชา ที่ 2 นายใบ อุ่นประชาที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายดวง ดีวาจิณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเชื้อ + |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา