⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1683/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว สิทธิเรียกร้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นย่อมระงับไป และคู่ความจะบังคับตามสิทธิเดิมไม่ได้อีกต่อไป หากจำเลยถูกหลอกลวงให้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ต้องยกเหตุนั้นขึ้นต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมนั้น ไม่สามารถยกขึ้นต่อสู้ในชั้นฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ฟ้องบังคับจำนองที่สุดโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยยอมชำระให้โจทก์ภายใน 6 เดือน ศาลจึงพิพากษาบังคับให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วจำเลยผิดสัญญาตามยอม โจทก์นำยึดทรัพย์จำเลยได้ไม่พอชำระหนี้ ดังนี้เมื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความมิได้กล่าวว่าจะบังคับเอาชำระหนี้ได้แต่เฉพาะทรัพย์สินที่จำนองกันไว้แล้วโจทก์ก็ชอบที่จะบังคับเอาชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากทรัพย์ใด ๆ ของจำเลยได้ อนึ่งเมื่อจำเลยปล่อยให้มีการบังคับคดีไปตามคำพิพากษาส่วนหนึ่งแล้วจะยกเอาเหตุว่าจำเลยถูกหลอกลวงให้ทำสัญญาประนีประนอมขึ้นในชั้นฎีกาไม่ได้ เหตุดังกล่าวจำเลยชอบที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอมนั้นเสียในชั้นอุทธรณ์ตาม วิ.แพ่ง ม.138

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.149 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.214 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.352 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.733 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีเรื่องนี้เดิมโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยไถ่ถอนการจำนองโดยชำระหนี้ให้โจทก์เป็นเงิน ๒,๓๔๕,๒๙๕ บาท ๕๒ สตางค์ กับดอกเบี้ย ในที่สุดจำเลยทั้ง ๓ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความใช้เงินให้แก่โจทก์ ๒,๓๔๕,๒๙๕.๕๒ บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๒ ต่อปี โดยจำเลยผลัดชำระใน ๖ เดือน ศาลจังหวัดนครสวรรค์พิพากษาให้เป็นไปตามยอม ชั้นบังคับคดีโจทก์นำยึดทรัพย์จำเลยขายทอดตลาดได้เงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท แล้วโจทก์ยื่นคำขอว่าเงินที่ขายได้ยังไม่พอชำระหนี้โจทก์ขอให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลย ซึ่งยังไม่ได้ยึดและที่ดินกับโรงเลื่อยจักร เฉพาะส่วนของนางจำรัส จำเลยซึ่งมีกรรมสิทธิร่วมกับผู้อื่น ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ยึดได้เฉพาะทรัพย์จำนองความบัญชีคำร้องของโจทก์อันดับ ๑ เท่านั้น นอกนั้นยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าเมื่อบังคับคดีแก่ทรัพย์สินจำนองแล้วยังไม่พอกับหนี้ โจทก์มีสิทธิขอให้บังคับคดีแก่ทรัพย์อื่นเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาจนครบถ้วนได้ นางจำรัส จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อที่นางจำรัสฎีกาว่าจำเลยถูกหลอกลวงจากโจทก์โดยมิเป็นธรรมให้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจำเลยชอบที่จะยกเป็นเหตุอุทธรณ์คำพิพากษาซึ่งพิพากษาไปตามสัญญาประนีประนอมความนั้นได้ตาม วิ.แพ่ง ม.๑๓๘ แต่จำเลยก็มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาและปล่อยให้มีการบังคับคดีไปตามคำพิพากษานั้นส่วนหนึ่งแล้ว จำเลยจะยกเอาเหตุที่กล่าวขึ้นอ้างในเวลานี้หาได้ไม่ ส่วนข้อที่ว่าโจทก์จะบังคับคดีเอาจากทรัพย์สินของนางจำรัสได้หรือไม่เห็นว่าเมื่อจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความใช้เงินให้แก่โจทก์ และศาลได้มีคำพิพากษาบังคับให้เป็นไปตามยอมนั้นแล้ว ทั้งตามสัญญาประนีประนอมยอมความก็มิได้กล่าวว่าโจทก์จะบังคับเอาชำระหนี้ได้แต่เฉพาะทรัพย์สินที่จำนองกันไว้ ฉนั้นโจทก์จึงชอบที่จะบังคับเอาชำระหนี้ตามคำพิพากษาจากทรัพย์ใด ๆ ของจำเลยอันเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ตาม ป.วิ.แพ่ง พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1683/2498 ธนาคารมณฑล จำกัด โจทก์ นายชาญ เจียมวิจักษ์ ที่ 1 นายวิบูลย์ วังวัญญู ที่ 2 นายจำรัส วังวิญญู ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารมณฑล จำกัด · จำเลย - นายชาญ เจียมวิจักษ์ ที่ 1 นายวิบูลย์ วังวัญญู ที่ 2 นายจำรัส วังวิญญู ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประศาสน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2460/2517ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 8277/2551ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 10842/2558ฎีกา 5494/2541ฎีกา 7732/2552ฎีกา 4541/2550ฎีกา 2635/2527ฎีกา 2169/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา