คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยต้องแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่ายอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น
ย่อคำพิพากษา
ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าที่โจทก์ขอให้ขับไล่ ครั้งแรกจำเลยให้การว่าซื้อไม่ได้เช่า แม้ต่อมาจะร้องขอเพิ่มเติมคำให้การว่าที่ที่โจทก์ขับไล่นั้นจำเลยได้อาศัยอยู่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯแต่ในคำร้องนั้นจำเลยก็ไม่ได้ถือว่าได้เช่าที่ดินมาเพื่อใช้เป็นเคหะจำเลย อ้างแต่เพียงว่าได้ปลูกห้องแถวอยู่อาศัยการซื้อที่ดินปลูกห้องแถวอยู่อาศัยมิได้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ แต่อย่างใด ประเด็นมีแต่เพียงว่าจำเลยซื้อหรือเช่าการเช่าเพื่ออยู่อาศัยไม่มีใครอ้าง ที่จำเลยว่าปลูกห้องแถวอยู่อาศัยก็มิได้ว่าปลูกโดยอาศัยสัญญาเช่า จึงไม่มีข้อที่จะต้องพิจารณาว่าได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯหรือไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าที่ดินส่วนหนึ่งของโจทก์ตามโฉนดเลขที่ ๒๗๒ ไปทำการค้าและให้เช่าช่วง โจทก์บอกแล้วจำเลยไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่
จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยไม่ใช่ผู้เช่าจำเลยเป็นผู้ซื้อที่พิพาท จำเลยชำระราคาแล้วบางส่วน และครอบครองอย่างเป็นเจ้าของมาเกิน ๑๐ ปี จึงฟ้องแยังขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย
ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยเช่าที่สร้างห้องแถวจำเลยอาศัยเอง ๒ ห้อง แบ่งให้ผู้อื่นเช่าช่วง ๑ ห้อง ข้อที่จำเลยว่าซื้อแล้วครอบครองฟังไม่ได้ แต่การเช่าอยู่ในความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าข้อที่จำเลยว่าซื้อนั้นเชื่อไม่ได้ คงฟังว่าจำเลยเช่า เมื่อโจทก์บอกเลิกการเช่าตามสัญญาแล้วจำเลยก็ต้องออก ถ้าจำเลยจะให้ฟังว่าสัญญาเช่าอยู่ในความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ จำเลยก็ต้องตั้งเป็นประเด็นขึ้นมาให้พิจารณาในคำให้การ จำเลยไม่ได้ตั้งประเด็นในข้อนี้ขึ้นมา จำเลยให้การว่าไม่ใช่ผู้เช่าเป็นผู้ซื้อต่างหาก เรื่องสัญญาเช่าอยู่ในความคุ้มครองหรือไม่จึงไม่มีประเด็น แม้จำเลยจะได้ร้องเพิ่มเติมว่าที่ที่จำเลยสร้ายห้องแถวใช้เป็นที่อยู่อาศัยจึงได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ประเด็นนี้มีขึ้นไม่ได้เลย เพราะขัดกับข้อที่จำเลยต่อสู้มาแต่ต้นว่าจำเลยซื้อไม่ได้เช่า เท่ากับว่าไม่มีการเช่า เรื่องการเช่าจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่จึงมิได้เกิดขึ้นเลย
อีกทางหนึ่งอธิบายได้ดังนี้คือ ตามคำร้องนั้นจำเลยก็ไม่ได้ถือว่าได้เช่าที่ดินมาเพื่อใช้เป็นเคหะ จำเลยอ้างแต่เพียงว่าได้ปลูกห้องแถวอยู่อาศัย การซื้อที่ดินมาปลูกห้องแถวอาศัยมิได้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ แต่อย่างใดประเด็นมีแต่เพียงว่วจำเลยซื้อหรือเช่า การเช่าเพื่ออยู่อาศัยมิได้มีใครอ้าง ที่จำเลยว่าปลูกห้องแถวอยู่อาศัยก็มิได้อ้างว่าปลูกโดยอาศัยสัญญาเช่า จึงไม่มีข้อที่จะต้องพิจารณาว่าจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่ พิพากษาแก้ให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท ฯลฯ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1738/2498
นายสุรินทร์ สมฤทธิจินดา ในฐานะส่วนตัวและผู้รับมอบอำนาจจากนางเหนี่ยว
สมฤทธิจินดา นางมณี แซ่ลิ้ม และนายกิติ สมฤทธิจินดา โจทก์
นายมิว แซ่จัง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ในฐานะส่วนตัวและผู้รับมอบอำนาจจากนางเหนี่ยว - นายสุรินทร์ สมฤทธิจินดา · โจทก์ - สมฤทธิจินดา นางมณี แซ่ลิ้ม และนายกิติ สมฤทธิจินดา · จำเลย - นายมิว แซ่จัง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ประศาสน์วินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นายยิ้ม บูรณารมย์ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา