คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2498
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องความผิดฐานเบิกความเท็จตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.155 โดยไม่ได้กล่าวว่าจำเลยนำความที่รู้อยู่ว่าเป็นความเท็จมาเบิกความเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็น กำนันได้สาบาลตัวเข้าเบิกความที่ศาลจัหวัดตรัง กระทำให้โจทก์เสียหาย โดยจำเลยเบิกความเท็จในข้อสำคัญว่า โจทก์ไม่เคยจับจองที่ดินในตำบลนาพละเลย และจำเลยไม่เคยรับประกาศชื่อโจทก์ไปจากอำเภอเลยนับตั้งแต่จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านจนกระทั่งเป็นกำนันซึ่งเป็นความเท็จทั้งสิ้น ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๕๔ ซึ่งแก้ไขแล้ว
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลขั้นต้นเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษตามมาตรา ๑๕๕ แต่อ้างบทมาตรา ๑๕๔ ซึ่งลงโทษไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายองค์ความผิดตามมาตรา ๑๕๕ ว่า "จำเลยนำความที่รู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ"มาเบิกความ ฟ้อง จึงไม่สมบูรณ์เพราะขาดองค์ความผิด จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2498
นายจ้อย คำชุม โจทก์
นายแหม่ง หนูสนิท จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจ้อย คำชุม · จำเลย - นายแหม่ง หนูสนิท |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายสุธรรม จันทรกลัด · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิพากพิบูลย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา