คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2498
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยรับสารภาพในคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปี ศาลชั้นต้นอาจงดสืบพยานโจทก์ที่เหลือและพิพากษาลงโทษจำเลยได้ หากพยานหลักฐานที่สืบแล้วเพียงพอให้เชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริง
ย่อคำพิพากษา
ในคดีอาญาที่มีอัตราโทษจำคุก ถึง 10 ปี เมื่อจำเลยรับสารภาพแล้ว แม้จะได้สืบผู้เสียหายไปยังไม่ทันเสร็จ ศาลชั้นต้นจะงดสืบพะยานโจทก์เสียและพิพากษาลงโทษจำเลยก็ได้ เมื่อเห็นว่าตามฟ้อง คำรับสารภาพของจำเลยและคำพะยานที่สืบแล้วเป็นที่พอใจว่าจำเลยได้กระทำจริง
เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นควรจะได้สืบพะยานต่อไป ก็ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพะยานให้แล้วส่งสำนวนคืนให้ศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัยตาม ม. 208 ข้อ 1. ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามม.208 ข้อ 2. ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ตามม.๒๙๘,๒๙๙ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
คดีนี้เป็นเรื่องที่ต้องฟังคำพะยานโจทก์ประกอบ เมื่อขณะที่โจทก์สืบพะยานคือตัวผู้เสียหายไปได้ ๑ ปากยังไม่ทันจบ จำเลยทั้งสองขอให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นสั้งให้งดสืบพะยานโจทก์ตัดสินลงโทษจำเลยคนละ ๒ ปี กับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ของกลางริบ
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า แม้จำเลยให้การรับสารภาพพะยานหลักฐานเท่าที่สืบมาไม่พอฟังลงโทษจำเลย
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีควรจะให้สืบพะยานโจทก์ต่อไปอีก จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่
จำเลยทั้งสองฎีกาว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะวินิจฉัยไปตามพะยานหลักฐานเท่าที่ปรากฎในสำนวนเมื่อเห็นว่าไม่พอฟังลงโทษจำเลยก็ต้องยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นให้งดสืบพะยานโจทก์แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นก็เห็นว่าตามฟ้อง คำรับสารภาพของจำเลยและคำพะยานที่สืบแล้วเป็นที่พอใจว่า จำเลยได้กระทำผิดจริง จึงพิพากษาไปอันเป็นการปฏิบัติชอบด้วยกระบวนพิจารณาเมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีควรจะสืบพะยานโจทก์ต่อไปตามโจทก์ขอ ก็ชอบที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นจัดการสืบพะยาน เสร็จแล้วให้ส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์เพื่อวินิจฉัยตามวิ.อาญา ม. ๒๐๘ ข้อ ๑. การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่นั้น กรณีต้องเข้า ม. ๒๐๘ ข้อ ๒ คือเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นปฎิบัติไม่ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา แต่เรื่องนี้ศาลชั้นต้นปฏิบัติชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว. ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ศาลพิพากษาไปทีเดียวไม่ต้องสืบพะยานต่อไปนั้น เห็นว่าเป็นอำนาจศาลอุทธรณ์ที่จะฟังพะยานต่อไป
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นสืบพะยานต่อไปแล้วส่งสำนวนมาศาลอุทธรณ์พิพากษาต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2498
อัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์
นายพรม ทองสุก นายสม ศรีคุ้ม จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดลพบุรี · จำเลย - นายพรม ทองสุก นายสม ศรีคุ้ม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลพบุรี - นายยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิพากย์พิบูลย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา