⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 580/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดของบุคคลหนึ่ง จะถือเป็นความผิดของบุคคลอื่นด้วยต่อเมื่อบุคคลนั้นได้ร่วมกระทำความผิด หรือมีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

มาด้วยกัน 3 คน จำเลยที่ 1 ผู้เดียวฟันผู้เสียหาย แล้วคนทั้งสามก็วิ่งหนีไปด้วยกัน เป็นเรื่องฉะเพาะตัวจำเลยที่ 1 คนเดียวเท่านั้น เพราะอีก 2 คนไม่ทราบด้วย ไม่ใช่เป็นเรื่องสมคบกันมากระทำความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.63 กฎหมายลักษณะอาญา ม.254

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่าวันเกิดเหตุเวลาราว ๒๐ น.นายปานยืนตกเบ็ดอยู่บนทำนบ มีชาย ๓ คนเดินมา นายปานหลีกทางให้ นายจ้อยหรือบุญช่วยจำเลยที่ ๒ ออกหน้า คนไม่รู้จักชื่อเดินทาง นายแหลมจำเลยที่ ๑ เดินหลังห่างคนไม่รู้จักชื่อราววาเศษ สองคนแรกเดินพ้นไปไม่หยุด แต่พอนายแหลมจำเลยที่ ๑ เดินพ้นแล้วหยุดหันกลับมาพูดกับนายปานคนละคำ นายแหลมฟันเอา ๑ ที นายปานร้องระบุว่า อ้ายแหลมฟัน คนทั้งสามก็วิ่งหนีไปด้วยกัน จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ ว่า ใช้ไม้ตีนายปานเพื่อป้องกันตัวและทรัพย์ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยทั้งสองสมคบกันทำร้ายนายปานจริงดังข้อหา จำคุกคนละ ๑ ปี ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๕๔,๖-๓ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ ๑ เป็นคนฟัน จำเลยที่ ๒ ไม่ได้ทำอะไรด้วย ไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่าเป็นการสมคบ จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ ๒ ยังไม่มีความผิดให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานสมคบด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า คดีไม่ปรากฎเลยว่าคนทั้งสามนี้ได้สมคบกันมาเพื่อจะกระทำร้ายนายปาน เมื่อพบนายปานแล้วนายจ้อยหรือบุญช่วยจำเลยที่ ๒ ก็เดินผ่านเลยไปตามปรกติ ตอนนายแหลมจำเลยที่ ๑ หยุดถามนายปานนั้น นายปานก็การรับว่า สองคนที่เดินหน้าคงเดินเรื่อยไปหาได้หยุดด้วยไม่ ไม่มีช่องทางที่จะแสดงให้เห็นว่าคนเดินหน้าจะรู้ได้อย่างไรอย่างใดว่า นายแหลมจำเลยที่ ๑ ผู้ซึ่งเดินตามมาข้างหลังนั้นจะหยุดหรือจะกลับทำร้ายนายปาน และตามคำให้การของนายปานเองยืนยันว่าทีแรกนายแหลมจำเลยที่ ๑ เดินผ่านพ้นไปเช่นเดียวกันกับสองคนแรก แต่แล้วกลับหยุดหันมาถามนายปานแล้วจึงฟัน ซึ่งแสดงว่าเป็นความคิดซึ่งเกิดขึ้นในปัจจุบันนั้นเอง จึงเป็นเรื่องฉะเพาะตัวของนายแหลมจำเลยที่ ๑ คนเดียวเท่านั้น การที่นายจ้อยหรือบุญช่วยจำเลยที่ ๒ พลอยวิ่งหนีไปด้วยกันดังนั้น อาจเป็นเพราะตกใจกลัวที่นายปานร้อยบอกกล่าวขึ้นว่าถูกฟันนั้นก็ได้ ไม่พอเป็นเหตุผลที่จะแสดงว่าเป็นเรื่องสมคบกันมากระทำความผิด อนึ่งการที่นายจ้อยหรือบุญช่วยจำเลยที่ ๒ ให้การต่อสู้ว่านายปานมาลักปลาและจะทำร้าย จำเลยจึงได้เอาไม้ตีไปเพื่อป้องกันนั้น ก็ไม่ตรงกับบาดแผลของนายปานซึ่งปรากฎว่าถูกฟัน อาจเป็นการคิดแก้ตัวขึ้นใหม่ในภายหลังที่เกิดเหตุขึ้นแล้วเพื่อปลีกตัวให้นายแหลมจำเลยที่ ๑ ผู้เป็นบิดารอดพ้นความผิดเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องสมคบกันกระทำความผิดตั้งแต่แรก จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2498 อัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายแหลบ มาลัย นายจ้อยหรือบุญช่วย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นายแหลบ มาลัย นายจ้อยหรือบุญช่วย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายไพโรจน์ ไวยกาสี · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ์ นิวาสะบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 709/2483ฎีกา 793/2493ฎีกา 185/2499ฎีกา 472/2494ฎีกา 782/2499ฎีกา 1073/2499ฎีกา 681/2491ฎีกา 821/2486ฎีกา 264/2499ฎีกา 1897/2492ฎีกา 8/2499ฎีกา 2142/2499ฎีกา 1638/2492ฎีกา 1147/2495ฎีกา 726/2487ฎีกา 831/2493ฎีกา 405/2486ฎีกา 1540/2492ฎีกา 464/2492ฎีกา 1312/2493ฎีกา 517/2499ฎีกา 951/2494ฎีกา 1381/2500ฎีกา 1895/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา