⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 626/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2498

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินค่าขึ้นศาลให้ครบถ้วนตามคำสั่งของศาลฎีกาก็ต้องถือว่าฎีกาที่จำเลยยื่นมาไม่เป็นฎีกาที่จะรับไว้วินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่านายจุ่น แซ่เฮ้ง โจทก์ได้รับแต่งตั้งจากข้าหลวงประจำจังหวัดธนบุรีให้เป็นผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าโรงสุกร และนายลัก แซ่เจียได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองศาลเจ้าและได้รับมอบอำนาจให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินคดี จำเลยเช่าที่ดินส่วนหนึ่งของศาลเจ้าโรงสุกร และในวันเดียวกันนั้นจำเลยได้ทำหนังสือยอมชำระหนี้แทนผู้เช่าคนก่อนด้วย ๖๒.๗๒ บาทจำเลยค้างค่าเช่า ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๘ ถึง ๒๔๘๐ เป็นเงิน ๖๕ บาท รวมเงินที่จำเลยจะต้องชำระเป็นเงิน ๑๒๗ บาท ๗๓ สตางค์ ครบกำหนดจำเลยไม่ยอมเลิก คงเช่าต่อมาจน พ.ศ. ๒๔๘๕ จำเลยจึงยอมเลิกสัญญาขนออกไป ต่อมา พ.ศ. ๒๔๘๓ จำเลยเข้ามาปลูกกระต๊อบในที่พิพาท จำเลยค้างค่าเช่ารวมทั้งสิ้น ๓๖๑.๗๓ บาทโจทก์ทวงและบอกเลิกสัญญา จำเลยบิดพริ้วและไม่ยอมออกจึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้าโรงสุกร ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทจำเลยครอบครองในฐานะเจ้าของโดยสงบและเปิดเผยมา ๑๕ ปี จำเลยไม่เคยเช่าจากศาลเจ้าโรงสุกร หรือหากจำเลยเช่าสัญญาเช่าก็ไม่มีผลตาม ก.ม. เพราะนายเชียวไค ไม่มีอำนาจให้เช่าได้แม้มีอำนาจให้เช่า สัญญาเช่าก็กำหนด ๓ ปี เท่านั้น เมื่อครบกำหนดสัญญาและนับแต่ พ.ศ. ๒๔๘๑ เป็นต้นมาจำเลยครอบครองมาโดยสงบและเปิดเผยเป็นเวลา ๑๒ ปีแล้ว จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ และตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลย ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ แม้จะอ้างว่าได้รับมอบอำนาจจากนายลักให้ฟ้อง นายลักก็ไม่มีอำนาจมอบอำนาจให้ฟ้องได้ฯลฯ ศาลชั้นต้นฟังว่าที่พิพาทยังเป็นกรรมสิทธิของศาลเจ้าโรงสุกร จึงให้จำเลยและบริวารรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไป ฯลฯ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์อันมีราคา ๑๐,๐๐๐ บาท กับเรียกค่าเช่าด้วย ๓๖๑.๗๓ บาท จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิจึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ซึ่งจะต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ แต่ในฎีกาของจำเลย ๆ เสียค่าขึ้นศาลมาเพียง ๑๕ บาท ยังขาดอีก ๒๗๓.๕๐ บาท ศาลฎีกาจึงสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลจากจำเลยเพิ่มขึ้นอีก แต่จำเลยแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยหาค่าธรรมเนียมที่ขาดอยู่มาชำระไม่ได้และไม่ติดใจดำเนินคดีต่อไป จำเลยไม่ชำระค่าธรรมเนียมให้ครบถ้วนตามคำสั่งศาลฎีกา ก็ต้องถือว่าฎีกาที่จำเลยยื่นมาไม่เป็นฎีกาที่จะรับไว้วินิจฉัย พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2498 นายจุ่น แซ่เฮ้ง โจทก์ นายหรุ่ม ชุติสุชาติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจุ่น แซ่เฮ้ง · จำเลย - นายหรุ่ม ชุติสุชาติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์วินิจฉัย · มนูเวทย์วิมลนาท · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสว่าง เวทยวุฒิกรรม · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลย์ไอศวรรย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 5640/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 1398/2493ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 2383/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา