⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1249/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1249/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การฟ้องคดีที่ดิน ไม่จำเป็นต้องระบุเนื้อที่และอาณาเขตที่ดินโดยละเอียด หากมีการอ้างแผนที่ท้ายฟ้องและระบุการรุกล้ำที่ชัดเจน ถือว่าคำฟ้องไม่เคลือบคลุม * การรับฟังพยานหลักฐานเป็นดุลยพินิจของศาล การโต้แย้งว่าศาลมิได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนเมื่อศาลได้ใช้ดุลยพินิจรับฟังพยานปากใดแล้ว ถือเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

ในคดีเรื่องรุกล้ำที่ดินและละเมิด โจทก์ไม่จำเป็นต้องกล่าวว่าที่โจทก์มีเนื้อที่เท่าใดและมีอาณาเขตกว้างยาวติดต่อกันอย่างไร โจทก์เพียงแต่กล่าวในฟ้องว่าโจทก์จำเลยมีที่ดินติดต่อกันตามแผนที่ท้ายฟ้อง และจำเลยปลูกห้องแถวทำหลังคำล้ำเข้ามาในที่ของโจทก์ก็เป็นคำฟ้องที่เข้าใจข้อหาได้ดี ไม่ถือว่าเคลือบคลุม ศาลจะเชื่อฟังคำพยานบุคคลปากใดหรือไม่เป็นดุลยพินิจของศาลเมื่อศาลใช้ดุลยพินิจเชื่อฟังพยานบุคคลปากใดแล้วจะมาโต้แย้งว่าศาลมิได้วินิจฉัยคดีจากพยานหลักฐานในสำนวนไม่ได้เพราะเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องมีใจความว่าโจทก์จำเลยมีที่ดินติดต่อกัน จำเลยปลูกห้องแถวหลังคารุกล้ำเข้ามาในที่ของโจทก์ประมาณ ๗๐ ซม. จึงขอบังคับจำเลยรื้อ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมจำเลยไม่ได้รุกล้ำที่ดินโจทก์ โจทก์เป็นฝ่ายรุกล้ำที่ดินจำเลยประมาณ ๑ คืบขอให้บังคับ โจทก์รื้อถอนรางน้ำและหลังคา เรียกค่าเสียหาย ๑,๐๐๐ บาท โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่าไม่ได้รุกล้ำที่ดินจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนหลังคาอาคารบ้านเรือนของจำเลยออกไปให้พ้นจากแดนกรรมสิทธิที่ดินของโจทก์ตามขอและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาปรึกษาเห็นว่าข้อที่จำเลยฎีกาอ้างเป็นปัญหาข้อ ก.ม. ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมโดยมิได้กล่าวว่าที่ดินที่ซื้อจากนายชื่นมีอาณาเขตกว้างยาวและติดต่ออย่างไรนั้นเพียงเหตุนี้จะถือว่าฟ้องเคลือบคลุมมิได้ เพราะโจทก์กล่าวในฟ้องว่าโจทก์จำเลยมีที่ติดต่อกันตามแผนที่ท้ายฟ้องและจำเลยปลูกห้องแถวทำหลังคาล้ำเข้ามาในที่ของโจทก์ซึ่งเป็นคำฟ้องที่จำเลยย่อมเข้าใจในข้อหา+ดีแล้ว ไม่จำต้องกล่าวว่าที่โจทก์มีเนื้อที่เท่าใด ส่วนฎีกาที่ว่าศาลมิได้วินิจฉัยคดีจากคำพยานหลักฐานในสำนวนโดยไปเชื่อฟังคำนางดีซึ่งเป็นคนโกรธกับจำเลยก็เป็นข้อเท็จจริงเพราะการที่ศาลจะเชื่อฟังคำนางดีหรือไม่ย่อมอยู่ในดุลยพินิจของศาล จะว่าวินิจฉัยคดีผิดจากหลักฐานในสำนวนมิได้ เหตุนี้จึงพิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1249/2499 นางหยู่ พบลาภ โจทก์ นายไชยวิเศษ พึ่ง+ ที่ 1 นายที พึ่งภพ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหยู่ พบลาภ · จำเลย - นายไชยวิเศษ พึ่ง+ ที่ 1 นายที พึ่งภพ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายเนิ่น กฤษณะเศรษณี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงศิริศาสตร์ประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 62/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3005/2541ฎีกา 119/2532ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา