⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1800/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบอำนาจที่ทำไปในนามของนิติบุคคลโดยผู้มีอำนาจกระทำการแทน ไม่ระงับสิ้นไปเพราะเหตุผู้มอบอำนาจถึงแก่ความตาย

ย่อคำพิพากษา

ได้ความว่าเจ้าอาวาสวัดอนงค์ก่อนได้ทำหนังสือมอบอำนาจในนามของวัดให้โจทก์ซึ่งเป็นไวยาวัจจกรณ์ของวัดเป็นตัวแทนเพื่อกระทำกิจการแทนหรือในนามของวัดที่จะให้เช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของวัด ตลอดจนการฟ้องร้องและดำเนินกระบวนพิจารณาในศาล แต่เจ้าอาวาสมรณะภาพไปแล้วก่อนฟ้องคดีนี้ พระภิกษุรูปใหม่ผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสยังมิได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องก็ตาม โจทก์ก็ยังมีสิทธิฟ้องคดีนี้ได้ เพราะเจ้าอาวาสองค์ก่อนได้ทำหนังสือหรือมอบอำนาจในฐานที่เป็นเจ้าอาวาาแทนวัดซึ่งเป็นนิติบุคคลหาใช่กระทำเป็นการส่วนตัวไม่ เจ้าอาวาสจะได้มรณะภาพไปแล้วการมอบอำนาจก็ยังไม่ระงับไป.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับมอบอำนาจจากวัดเทพศิรินทราวาสให้มีอำนาจให้เช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของวัดและให้มีอำนาจฟ้องคดีในศาลได้ ตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องแล้ว จำเลยได้เข้าครอบครองที่ของโจทก์โดยไม่มีสิทธิเป็นการละเมิดโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับให้จำเลยขนย้ายสิ่งของต่าง ๆ ออกไปจากที่ดินของโจทก์ และส่งมอบที่ดินคืนในสภาพอันดีให้จำเลยเสียค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๓๐๐ บาท ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบที่ดินคืน จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินแปลงนี้เป็นที่ชายคลองซึ่งเป็นที่หลวงของแผ่นดิน รัฐบาลและเทศบาลกรุงเทพฯ เป็นผู้ปกครอง สินค้าที่วางขายเป็นของนายสมัยไม่ใช่ของจำเลย ๆ ไม่ได้ละเมิดสิทธิของโจทก์ และคัดค้านว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการมอบอำนาจมิได้เป็นไปโดยถูกต้องและไม่ชอบด้วย ก.ม. ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วฟังสมฟ้องโจทก์พิพากษาให้จำเลยขนย้ายสิ่งของต่าง ๆ ของจำเลยออกไปจากที่พิพาท ให้ส่งมอบที่พิพาทคืนให้โจทก์ในสภาพอันดีและให้ใช้ค่าเสียหายอีกเดือนละ ๓๐๐ บาท ตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งที่พิพาทคืนโจทก์ จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อ ก.ม. ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาปรึกษาคดีนี้แล้วข้อ ก.ม. ที่จำเลยคัดค้านในชั้นนี้มีเพียงข้อเดียวว่าหลงง เทพนรินทร์โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้หรือไม่ ได้ความว่าสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสองค์ก่อนได้ทำหนังสือมอบอำนาจในนามของวัดให้หลวงเทพนรินทร์โจทก์ซึ่งเป็นไวยาวัจจกรณ์ของวัดเป็นตัวแทน เพื่อกระทำกิจการแทนหรือในนามของวัดที่จะให้เช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของวัดตลอดจนการฟ้องร้องและดำเนินกระบวนพิจารณาในศาล ปรากฎตามหนังสือมอบอำนาจลงวันที่ ๓๑ พ.ค. ๙๐ แต่สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์มรณะภาพไปแล้วก่อนฟ้องคดีนี้ พระราชกวีผู้รักษาการในตำแหน่งเจ้าอาวาสองค์ใหม่ยังมิได้มอบอำนาจให้หลวงเทพนรินทร์ฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่าหลวงเทพนรินทร์ยังมีสิทธิฟ้องคดีนี้ได้ เพราะสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ได้ทหนังสือมอบอำนาจในฐานะที่เป็นเจ้าอาวาสแทนวัดซึ่งเป็นนิติบุคคลหาใช่กระทำเป็นการส่วนตัวไม่ แม้สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ได้มรณะภาพไปแล้ว การมอบอำนาจยังไม่ระงับไป ศาลทั้งสองวินิจฉัยชอบแล้ว จึงให้ยกฎีกาจำเลยโดยพิพากษายืน ค่าธรรมเนียมและค่าทนายความในชั้นนี้ให้เป็นพับไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2499 วัดเทพศิรินทราวาส โดยหลวงเทพนรินทร์ ผู้รับมอชอำนาจ โจทก์ นางบุบผาหรือทับทิมหรือกิมเจ็ง อติรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดเทพศิรินทราวาส โดยหลวงเทพนรินทร์ ผู้รับมอชอำนาจ · จำเลย - นางบุบผาหรือทับทิมหรือกิมเจ็ง อติรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยการณ์โกวิท · นนทปัญญา · นนทประชา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครใต้ - นายอาทิตย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิจิตรเนติศาส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1596/2529ฎีกา 1470/2548ฎีกา 1022/2552ฎีกา 15690/2553ฎีกา 2905/2552ฎีกา 540/2535ฎีกา 583/2548ฎีกา 2570/2525ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1509/2531ฎีกา 3821/2538ฎีกา 9513/2539ฎีกา 4834/2539ฎีกา 3329/2550ฎีกา 2885/2532ฎีกา 21854/2555ฎีกา 3181/2532ฎีกา 718/2538ฎีกา 7455/2547ฎีกา 4893/2538ฎีกา 6228/2539ฎีกา 966/2510ฎีกา 13289/2558ฎีกา 2425/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา