คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกินกว่าขอบเขตแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายนั้น ไม่ถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย.
ย่อคำพิพากษา
ผู้ตายเป็นคนมุทะลุดุร้ายเคยทุบตีรังแกจำเลยเสมอ ตอนหัวค่ำของวันเกิดเหตุผู้ตายเอาไม้คานตีจำเลยโดยจำเลยไม่ได้ต่อสู้มีรอยฟกช้ำหลายแห่ง จำเลยวิ่งหนีไป ผู้ตายวิ่งตามไปขู่ว่าไม่กลับจะต้องตายจำเลยกลัวก็ยอมกลับ ราว 2 ทุ่มผู้ตายเอามีดมาสับและพูดกับจำเลยว่ามึงมองดูฟ้าเสียเถอะต่อไปมึงจะไม่ได้ดูแล้ว ลับมีดแล้วผู้ตายก็เข้าไปนอนราว 2 ยามบุตรคนเล็กร้องจำเลยและผู้ตายก็ตื่นจำเลยอุ้มให้บุตรกินนม ขณะนั้นผู้ตายล้วงเอามีดออกจากใต้ที่นอน จำเลยจึงวางบุตรลงแล้วเข้าแย่งมีดจากผู้ตาย เมื่อแย่งได้ก็ใช้ฟันผู้ตายหลายทีจนผู้ตายเงียบไป ผู้ตายถูกฟันมีแผล 8 แห่งและมีแผลที่สันหลังด้วยเห็นได้ว่าจำเลยทำร้ายผู้ตายมากมายจนไม่มีโอาสที่จะทำอะไรจำเลยหรือจำเลยมีทางที่จะหลีกเลี่ยงไปให้พ้นอันตรายได้ก็หาหลีกหนีไปไม่และทั้ง ๆ ที่ผู้ตายไม่มีอาวุธอะไรจะทำร้ายจำเลย ๆ ก็ยังฟันผู้ตายซ้ำเติมอีกโดยไม่ยับยั้งใจ ฟันเพื่อให้ผู้ตายตายเลยเช่นนี้ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนา จำเลยให้การปฏิเสธ
ข้อเท็จจริงได้ความว่านายดีผู้ตายและจำเลยเป็นสามีภรรยากันมาประมาณ ๕ ปีเศษแต่ไม่ได้จดทะเบียนตาม ก.ม. เกิดบุตรด้วยกัน ๒ คน ผู้ตายเป็นคนมุทะลุดุร้าย เคยทุบตีรังแก่จำเลยเสมอ ตอนหัวค่ำของวันเกิดเหตุผู้ตายเอาไม้คานตีจำเลยโดยจำเลยไม่ต่อสู้มีรอยฟกช้ำหลายแห่ง นายโสมผู้ใหญ่บ้านมาห้ามจำเลยวิ่งหนีไปแล้วผู้ตายไปตามขู่ให้กลับ ถ้าไม่กลับจะต้องตาย จำเลยกลัวก็ยอมกลับ ต่อมาราว ๒ ทุ่มผู้ตายเอามีดมาลับแล้วพูดกับจำเลยว่ามึงมองดูฟ้าเสียเถอะต่อไปมึงจะไม่ได้ดูแล้ว ลับมีดแล้วผู้ตายก็เข้านอนโดยเอามีดซุกไว้ใต้ที่นอนต่อมาจำเลยกับบุตรก็เข้านอนที่ห้องเดียวกับผู้ตาย พอเวลาราว ๒ ยามบุตรคนเล็กร้องขึ้นจำเลยและผู้ตายก็ตื่น จำเลยอุ้มให้บุตรกินนม ขณะนั้นเห็นผู้ตายล้วงเอามีดออกจากใต้ที่นอน จำเลยเห็นดังนั้นจึงวางบุตรลงแล้วเข้าแย่งมีดจากผู้ตาย เมื่อแย่งได้ก็ใช้มีดฟันผู้ตายหลายที จนเห็นผู้ตายเงียบไปจึงลงจากเรือนมาเรียกนายโสมผู้ใหญ่บ้านซึ่งเรือนอยู่ห่างกันวาเศษ ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังโดยตลอด นายโสมไปดูเห็นผู้ตายถูกฟันนอนอยู่ ถามไม่ค่อยได้ความอยู่ได้ราว ๑ ชม. ผู้ตายก็ขาดใจตาย ปรากฎตามใบชัณสูตรว่าผู้ตายถูกฟันรวม ๘ แห่ง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าแม้จำเลยจะฟันผู้ตายโดยไม่ยับยั้งผู้ตายมีบาดแผลถึง ๘ แห่งก็เป็นเรื่องน่าเห็นใจแล้ว เพราะจำเลยเป็นหญิงถ้าไม่กระทำดังนั้นผู้ตายก็อาจจะกลับทำร้ายจำเลยได้อีก การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัว แต่เมื่อพิจารณาถึงบาดแผลผู้ตายซึ่งมีถึง ๘ แห่งและมีบาดแผลที่สันหลังด้วยแล้วเห็นได้ว่าจำเลยได้ทำร้ายผู้ตายมากมายจนไม่มีโอกาสที่จะทำอะไรจำเลยหรือจำเลยมีทางที่จะหลีกเลี่ยงไปให้พ้นอันตรายได้ก็หาหลีกเลี่ยงไปไม่ และทั้ง ๆ ที่ผู้ตายไม่มีอาวุธอะไรจะทำร้ายจำเลย จำเลยก็ยังฟันผู้ตายซ้ำเติมอีกโดยไม่ยับยั้งใจฟันเพื่อให้ผู้ตายตายเลยทีเดียวเช่นนี้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเกินสมควรแก่เหตุไป จึงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ก.ม.อาญา ม.๒๔๙ ประกอบด้วย ม.๕๓ ให้วางโทษจำคุกจำเลย ๓ ปี ลดรับสารภาพทั้งรูปคดีก็เป็นเรื่องน่าเห็นใจจำเลยอยู่ตาม ม.๕๙ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย ๑ ปี ๖ เดือน ริบมีดของกลาง
จำเลยฝ่ายเดียวฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
ศาลฎีกาตรวจปรึกษาแล้วเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุไปจริง ดังเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์ได้ยกขึ้นวินิจฉัยไว้นั้นชอบแล้ว แต่ศาลฎีกาเห็นต่อไปว่าจำเลยนี้เป็นหญิงยังมีบุตรเล็กอยู่และไม่ปรากฎว่ารับโทษมาก่อน รูปคดีสมควรรอการลงโทษจำเลยไว้
จึงพิพากษาแก้เฉพาะว่าให้รอการลงโทษจำเลยที่ศาลอุทธรณ์ลงแก่จำเลยนั้นไว้ตาม ก.ม.อาญา ม.๔๑ มีกำหนด ๓ ปี นอกจากที่แก้นี้คงยืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2499
อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นางมุ ดีจันทึก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นางมุ ดีจันทึก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายไพบูลย์ ไวกาสี · ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา