คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 705/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำการโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังอันควรเป็นวิสัยปกติชน จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ถือว่าเพียงพอตามกฎหมายแล้ว หากจำเลยสามารถเข้าใจการกระทำที่ถูกกล่าวหาได้
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยขับรถโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังอันควรเป็นวิสัยปกติชน โดยจำเลยขับรถพ้นจากเส้นทางริมขอบถนนลาดยางพลัดตกลงไปในหลุมซึ่งห่างจากริมขอบถนนแล้วกระดอนหัวเบนกลับไปบนกลางถนนลาดยาง ชนรถยนต์ทางล้อหน้า ของผู้เสียหายขับสวนทางมาก การบรรยายฟ้องเช่นนี้จำเลยควรจะเข้าใจได้ว่าความประมาทของ จำเลยก็คือขับรถออกนอกทางตกลงไปในหลุมแก้วกะดอนขึ้นตรงเข้าชนรถยนต์ของผู้เสียหาย จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อาญา ม.158(5).
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังอันควรเป็นวิสัยของปกติชน เป็นเหตุในรถยนต์ที่จำเลยขับขี่ดังกล่าวพลัดตกลงไปในหลุมจากตัวริมขอบถนนลาดยางแล้วกะคอนเบนหัววิ่งขึ้นกลับไปบนกลางถนนลาดยางชนรถยนต์ทางล้อหน้าของนายกิจจา ทำให้รถยนต์ที่นายกิจจาขับขี่ตกลงไปในเหวข้างทาง ทำให้ผู้โดยสารในรถทั้งสองคันบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๙,๓๑๘(๒)
จำเลยรับสารภาพว่าได้ทำผิดตามฟ้องไม่ขอต่อสู้คดี
ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่ชัดเจนพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี เป็นฟ้องไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๕๘(๕) แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพกลท
ไม่ได้ อ้างฎีกาที่ ๒๔๑/๒๔๙๓พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีผิดตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๙,๓๓๘(๒) ให้ลงโทษตาม ม.๒๕๙ ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุก ๔ เดือนจำเลยรับสารภาพปราณีลดตาม ม.๕๙ กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลย ๒ เดือน
จำเลยฎีกาว่าลักษณะฟ้องของโจทก์ไม่สามารถบอกได้ว่าจำเลยได้มีความประมาทอย่างไร จึงควรยกฟ้องโจทก์ หากเป็นผิดก็ขอให้ศาลรอการลงโทษ
ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยขับรถโดยประมาทขาดความระมัดระวังอันควรเป็นวิสัยของปกติชน โดยจำเลยขับรถยนต์พ้นจากเส้นทางริมขอบถนนแล้วกะดอนเบนหัวกลับไปบนกลางถนนลาดยาง ชนรถยนต์ทางล้อหน้าของนายกิจจาขับสวนทางมา ความประมาทของจำเลยก็คือขับรถยนต์ออกนอกทางตกลงไปในหลุมแล้วกระดอนขึ้น ตรงเข้าชนรถยนต์ที่นายกิจจาที่วิ่งสวนทางมา การบรรยายเช่นนี้จำเลยควรจะเข้าใจได้แล้ว จำเลยเข้าใจการกระทำของตนดีจึงได้ให้การรับสารภาพ หากเส้นทางตรงนั้นเฉพาะส่วนถนนที่ลาดยางไม่พอที่รถยนต์สองคันจะหลีกกันได้ เป็นข้อเท็จจริงซึ่งไม่ปรากฏในสำนวน ถ้าจำเลยจะอ้างเช่นนั้นจำเลยจะต้องไม่รับสารภาพเพื่อจำเลยจะได้มีโอกาสนำสืบให้ศาลเห็นประจักษ์
เมื่อโจทก์กล่าวว่าจำเลยได้ขับรถยนต์ของจำเลยออกนอกเส้นทางและตกหลุมซึ่งอยู่นอกเส้นทางลาดยางด้วยความประมาท และจำเลยให้การรับสารภาพว่าเป็นความจริงหมายความว่าจำเลยให้การรับสารภาพว่าจำเลยขับรถด้วยความประมาทซึ่งแปลว่าจำเลยเข้าใจฟ้องดีแล้ว
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 705/2499
อัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์
สวัสดิ์ เสี้ยนสลาย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดภูเก็ต · จำเลย - สวัสดิ์ เสี้ยนสลาย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายแล โกมาร · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยบัณฑิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา