⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1050/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1050/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอุทธรณ์มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัย โดยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนกลับไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาใหม่.

ย่อคำพิพากษา

ศาลขั้นต้นมิได้ชี้ขาดในประเด็นว่าจำเลยได้เช่าห้องพิพาทมาจากนายวิฑูรบิดานายเสียงจริงหรือไม่ คดีมาถึงชั้นศาลอุทธรณ์ ๆ เห็นสมควรชี้ขาดว่า ฟังได้ว่าจำเลยได้เช่าห้องพิพาทจากนายวิฑูรโดยมิได้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อนี้นั้น เป็นเรื่องศาลอุทธรณ์มีอำนาจทำได้ ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240(3) ๆ ให้อำนาจศาลอุทธรณ์ที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นทำหรือไม่ย้อนก็ได้แล้วแต่ดุลยพินิจของศาลอุทธรณ์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เช่าห้องแถวเลขที่ ๗๔ และ ๗๕ จากนายเสียง วิฑูรชาติมาประมาณ ๑๘ ปีเศษ ได้ทำสัญญากันไว้ เมื่อ ๑๔ ปีมาแล้วจำเลยได้เช่าห้องแถวดังกล่าวซึ่งอยู่ในทำเลการค้าจากโจทก์เพื่อทำการค้าและทำการค้าตลอดมาโดยไม่มีสัญญาเช่า จำเลยผิดนัดค้างชำระค่าเช่าตั้งแต่ มกราคม ๒๔๙๙ ตลอดมาเกิน ๒ คราว โจทก์ได้บอกเลิกการเช่าให้จำเลยส่งคืนห้องเช่าแก่โจทก์ จำเลยได้ขืนอยู่ในห้องเช่านี้ต่อมา โดยการละเมิด ทำให้โจทก์ขาดประโยชน์เดือนละ ๑๒๐ บาท รวม ๓ เดือนเศษคิดเป็นเงิน ๔๕๒ บาท จึงมาฟ้องขอให้ศาลขับจำเลยและบริวารออก ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายด้วย จำเลยให้การว่าจำเลยเช่าห้องจากบิดานายเสียงโดยตรง เช่าอยู่มา ๑๕ ปี เมื่อ ๗ - ๘ ปีนี้ บิดานายเสียงตาย นายเสียงหาได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าได้ให้ผู้ใดเช่าห้องแถวไม่ โจทก์จะได้เช่าห้องนี้จากนายเสียงหรือไม่ จำเลยไม่รับรอง จำเลยไม่ได้ผิดนัดชำระค่าเช่า ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าโจทก์มิได้เป็นผู้ทรงสิทธิในห้องพิพาท จึงขับไล่จำเลยมิได้ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นอื่น ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นไม่ได้วินิจฉัยว่าจำเลยได้เช่าห้องพิพาทจากนายวิฑูรบิดานายเสียง แล้วศาลอุทธรณ์มาวินิจฉัยเสียเองว่าจำเลยได้เช่าห้องพิพาทจากนายวิฑูร โดยมิได้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาด เป็นการขัดกับประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๒๔๐(๓) เพราะตาม ม.๒๔๐(๓) นี้บัญญัติให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจทำคำสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริง แล้วพิพาทตามรูปคดีนั้น เป็นเรื่องกฎหมายให้แก่ศาลอุทธรณ์ที่จะทำเช่นนั้นได้ ไม่เป็นบทบังคับว่าต้องทำคำสั่งให้ศาลชั้นต้น ปัญหาข้อเท็จจริงก่อนทุกเรื่องไป ย่อมอยู่ในดุลยพินิจของศาลอุทธรณ์ที่จะสังก็ได้ ในเรื่องนี้การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวเอง จึงไม่ขัด ม.๔๒๐(๓) และศาลฎีกาได้วินิจฉัยต่อไปว่า เมื่อการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังนี้ ก็ต้องฟังข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมาแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1050/2500 นายเทียมเส็ง แซ่ตั๊ง โจทก์ นายกิมจุ๊ย แซ่โง้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเทียมเส็ง แซ่ตั๊ง · จำเลย - นายกิมจุ๊ย แซ่โง้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์นายแสวง พุทธสถิตย์ · นายยุ้ย อาตมียนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 6634/2538ฎีกา 9349/2539ฎีกา 5679/2553ฎีกา 4782/2543ฎีกา 1697/2538ฎีกา 2556/2538ฎีกา 1059/2494ฎีกา 778/2538ฎีกา 6541/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 894/2540ฎีกา 249/2486ฎีกา 1498/2548ฎีกา 1660/2518ฎีกา 2660/2545ฎีกา 1500/2498ฎีกา 3502/2532ฎีกา 10930/2554ฎีกา 765/2538ฎีกา 1632/2536ฎีกา 6962/2540ฎีกา 633/2486ฎีกา 3719/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา