⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5679/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5679/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยได้ทำคำแก้อุทธรณ์โดยตั้งประเด็นข้อพิพาทไว้ด้วย การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นการวินิจฉัยตามประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีโดยชอบ

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยแต่เพียงเรื่องอำนาจฟ้อง โดยไม่ได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทข้ออื่นๆ รวมถึงประเด็นข้อพิพาทในเรื่องรถยนต์พิพาทสูญหายหรือไม่ แต่เมื่อโจทก์อุทธรณ์ในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องแล้ว จำเลยได้ทำคำแก้อุทธรณ์โดยตั้งประเด็นไว้ด้วยว่ารถยนต์พิพาทไม่ได้สูญหาย เมื่อปรากฏว่าประเด็นข้อพิพาทในชั้นอุทธรณ์ซึ่งเกิดจากคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยมีเรื่องรถยนต์พิพาทสูญหายหรือไม่อยู่ด้วย ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นการวินิจฉัยตามประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 237 และ 240

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.237 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เอาประกันวินาศภัยรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์รุ่นเอส 280 กับจำเลย คุ้มครองการลักทรัพย์ในวงเงิน 3,300,000 บาท ระหว่างเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ รถดังกล่าวสูญหายไป โจทก์ขอรับเงินค่าสินไหมทดแทน จำเลยไม่ชดใช้ให้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน3,650,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 3,300,000บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะโจทก์มิใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์ที่เอาประกันภัย แต่เป็นของบริษัทวิริยะลิสซิ่ง จำกัด ผู้ให้เช่าซื้อซึ่งบริษัทผู้ให้เช่าซื้อได้บอกเลิกสัญญาแก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2540 แล้วและโจทก์มิใช่ผู้เอาประกันภัยรถดังกล่าวกับจำเลย เพราะบริษัทวิริยะลิสซิ่ง จำกัด เป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัย และรถก็มิได้สูญหายไปด้วย บริษัทผู้ให้เช่าซื้อรถได้บอกเลิกสัญญาประกันภัยแก่จำเลยในวันที่ 30 ตุลาคม 2540 กับใช้สิทธิรับค่าเบี้ยประกันภัยส่วนคืนจากจำเลยแล้ว ขณะรถยนต์สูญหายนั้น รถจึงมิได้เอาประกันภัยไว้กับจำเลย นอกจากนี้ก่อนวันที่ 30 ตุลาคม 2540 โจทก์ได้โอนส่งมอบรถยนต์แก่บุคคลภายนอกโดยมิได้แจ้งบริษัทผู้ให้เช่าซื้อและจำเลยทราบ กรมธรรม์ประกันภัยย่อมระงับไปตามข้อตกลง โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับชดใช้ค่าเสียหายจากจำเลย เพราะตามกรมธรรม์ประกันภัยผู้รับประโยชน์คือบริษัทผู้ให้เช่าซื้อ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 3,000 บาท แทนจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "คดีมีป็นหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่อาจฟังได้ว่ารถยนต์พิพาทได้หายไปจริงตามฟ้อง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เป็นคำวินิจฉัยที่ชอบหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาอ้างว่า จำเลยไม่ได้หยิบยกปัญหาเรื่องรถยนต์สูญหายขึ้นต่อสู้ในชั้นที่โจทก์ร้องขอความเป็นธรรมต่อนายทะเบียนประกันภัย คดีจึงไม่มีประเด็นดังกล่าว กับศาลชั้นต้นไม่ได้วินิจฉัยในเรื่องรถยนต์พิพาทสูญหายหรือไม่ โจทก์และจำเลยไม่ได้อุทธรณ์ปัญหานี้ ประเด็นนี้จึงยุติไปแล้ว ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยนั้น เห็นว่า ประเด็นข้อพิพาทในคดีย่อมเกิดจากคำคู่ความคือคำฟ้องและคำให้การในคดี มิใช่เกิดจากข้อต่อสู้ของคู่กรณีในชั้นอื่น ๆ ก่อนที่จะมีการฟ้องร้องกัน คดีนี้เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิด จำเลยได้ให้การต่อสู้ในเรื่องรถยนต์มิได้สูญหายมาด้วย ปัญหาดังกล่าวจึงเป็นประเด็นข้อพิพาทโดยชอบในคดี แม้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยแต่เพียงเรื่องอำนาจฟ้อง โดยไม่ได้วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทข้ออื่น ๆ รวมถึงประเด็นข้อพิพาทในเรื่องรถยนต์พิพาทสูญหายหรือไม่ แต่เมื่อโจทก์อุทธรณ์ในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องแล้ว ก็ปรากฏว่าจำเลยได้ทำคำแก้อุทธรณ์โดยตั้งประเด็นไว้ด้วยว่ารถยนต์พิพาทไม่ได้สูญหาย เมื่อปรากฏว่าประเด็นข้อพิพาทในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งเกิดจากคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยมีเรื่องรถยนต์พิพาทสูญหายหรือไม่อยู่ด้วย ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยจึงเป็นการวินิจฉัยตามประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 237 และ 240 ที่โจทก์ฎีกากล่าวอ้างว่าจำเลยไม่ได้หยิบยกปัญหาดังกล่าวขึ้นในชั้นอุทธรณ์จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงในคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยเพื่อให้เห็นว่าคดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทซึ่งข้อเท็จจริงมิได้เป็นไปเช่นนั้น ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 3,000 บาท แทนจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5679/2553 นายดารจันทร์ โกโรวารา โจทก์ บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายดารจันทร์ โกโรวารา · จำเลย - บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จักร อุตตโม · มานัส เหลืองประเสริฐ · พินิจ สุเสารัจ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 576/2540ฎีกา 356/2530ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา