⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1157/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยโอนที่ดินพิพาทต่อไปหลายทอดจนไม่อาจกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ ทำให้จำเลยต้องรับผิดใช้เงินราคาที่ดินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์.

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายระหว่างหลวงสกลฯ ผู้ขายกับจำเลยผู้ซื้อ ในระหว่างพิจารณาคดีก่อนจำเลยโอนขายที่ดินแก่คนอื่น ๆ ไปหลายทอด จนคดีก่อนถึงที่สุดโดยศาลไม่อาจพิพากษาให้ใส่ชื่อโจทก์ในโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ โจทก์จึงมาฟ้องคดีใหม่ขอเรียกเงินราคาที่ดินแทน ไม่เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีเดิม ป.พ.พ.มาตรา 240 เป็นเรื่องอายุความในกรณีเพิกถอนการฉ้อฉลอันลูกหนี้ได้กระทำนิติกรรมลงโดยรู้อยู่ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ส่วนเรื่องผู้จัดการมรดกคนก่อนสมยอมขายที่ดินอันเป็นมรดกให้แก่ภรรยาของต้นนั้น จะใช้อายุความตาม ม.240 มายันแก่ผู้จัดการมรดกคนใหม่ไม่ได้ เมื่อจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นจนไม่สามารถโอนที่ดินพิพาทกลับคึนสู่ฐานะเดิมได้เช่นนี้ จึงเกิดเป็นหนี้ผูกพันจำเลยให้ต้องรับผิดใช้เงินราคาที่ดินแก่โจทก์รวมทั้งดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่เป็นราคาที่ดินนั้นอีกด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.240 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.440 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1722

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง เรียกค่าสินไหมทดแทนราคาที่ดิน โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ ๑๗ ปีมานี้ ร.ต.โต๊ะ รัตนเดชาถึงแก่กรรม มีทรัพย์มรดกหลายอย่างก่อนตาย ร.ต.โต๊ะได้ทำพินัยกรรมตั้งหลวงสกล ฯ สามีจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก จนถึง พ.ศ.๒๔๘๖ ก็ยังมิได้แบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท หลวงสกล ฯ ก็ตายไปอีก ศาลแพ่งได้มีคำสั่งตั้งโจทก์ทั้งสองร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้สืบต่อจากหลวงสกล ฯ ความปรากฎขึ้นว่าระหว่างหลวงสกลฯ จัดการมรดก หลวงสกล ฯ ได้จัดการโอนขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอันเป็นมรดกของ ร.ต.โต๊ะให้แก่จำเลยในขณะเป็นสามีภรรยากัน และอยู่บ้านเดียวกันด้วยการสมยอมเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก ทำให้กองมรดกได้รับความเสียหาย โจทก์จึงฟ้องจำเลยในคดีก่อนขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมสัญญาซื้อขายระหว่างหลวงสกล ฯ ผู้ขายและจำเลยผู้ซื้อ และให้แก้ชื่อในโฉนดเป็นชื่อโจทก์ในฐานนะผู้จัดการมรดก ร.ต.โต๊ะ ในระหว่างพิจารณาคดีนั้น จำเลยได้โอนที่ดินดังกล่าวทั้ง ๓ โฉนดให้แก่บุคคลภายนอกและมีการโอนต่อ ๆ กันไปหลายทอ ครั้นเมื่อเสร็จการพิจารณาแล้ว ศาลแพ่งได้พิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมสัญญาซื้อขายตามที่โจทก์ฟ้อง แต่คำขอของโจทก์ที่ให้แก้ชื่อในโฉนดเป็นชื่อโจทก์นั้นบังคับไม่ได้เพราะที่ดินได้ถูกโอนไปยังบุคคลอื่นแล้วตามสำนวนของศาลแพ่งคดีแดง ๑๓๑๒/๒๔๙๓ โดยที่จำเลยมีหน้าที่ต้องจัดการเพิกถอนนิติกรรมสัญญาซื้อขายและโอนโฉนดลงชื่อโจทก์และส่งมอบที่ดินสิ่งปลูกสร้างทั้ง ๓ โฉนด โจทก์ การที่จำเลยโอนขายไปในระหว่างพิจารณาคดีก่อน เป็นการขัดขวางเกิดผลเสีย ทำให้โจทก์ไม่สามารถรับโอนมาจัดการตามอำนาจหน้าที่ของผู้จัดการมรดกได้ จึงฟ้อง + เป็นคดีนี้ ขอให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์ ดังกล่าวแทนเป็นเงิน ๖๘๕.๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยปฏิเสธและต่อสู้ว่าโจทก์ฟ้องซ้ำกับคดีก่อน โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกที่ดินและ + ดินเป็นสองซ้ำ คดีขาดอายุความ จำเลยได้กรรมสิทธิทางครอบครอง และโจทก์ตั้งราคาที่พิพาทสูงเกินไป ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยใช้ราคาที่ดิน ๒๘๐,๕๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ โจทก์อุทธรณ์และจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ราคาที่ดินรายพิพาท ๓ แปลงเป็นเงิน ๖๖๖,๐๐๐ บาท และให้จำเลยเสียดอกเบี้ยในจำนวนนี้ร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยฎีกา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายศาลฎีกาเห็นว่า คดีก่อน โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายระหว่างหลวงสกล ฯ ( ผู้จัดการมรดก) ผู้ขายกับจำเลยผู้ซื้อ และในระหว่างพิจารณาคดีก่อนนั้นจำเลยโอนขายที่ดินแก่คนอื่น ๆ ไปหลายทอด จนในคดีก่อนศาลไม่อาจพิพากษาให้ใส่ชื่อโจทก์ในโฉนดในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกได้ โจทก์ก็จำต้องมาฟ้องเป็นคดีใหม่นี้ขอเรียกเงินแทน จึงเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยก่อให้เกิดขึ้นภายหลังอันเป็นผลเนื่องมาจากที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมสัญญาซื้อขายซึ่งศาลฎีกายังไม่ได้วินิจฉัยในคดีก่อนนั่นเอง การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ไม่เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีก่อน เรี่องอายุความ ตามฟ้องว่าหลวงสกล ฯ กับจำเลยทำนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทด้วยการสมยอม การจึงเป็นว่าหลวงสกล ฯ มิใช่ลูกหนี้โจทก์ แตเป็นเรื่องหลวงสกล ฯ ปกครองทรัพย์ไว้ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ร.ต.โต๊ะตามคำสั่งของศาลแพ่ง จะให้อายุความตาม พ.พ.มาตรา ๒๔๐ มาใช้บังคับมิได้ อ้างฎีกาที่ ๔๕๕/๒๔๘๙ และการครอบครองของจำเลยไม่เป็นไปโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจนเป็นเจ้าของ จึงยกอายุความ ๑๐ ปีมาใช้บังคับไม่ได้ ในเรื่องดอกเบี้ย เมื่อจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นจนไม่สามารถโอนที่ดินพิพาทกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้เช่นนี้ จึงเกิดเป็นหนี้ผูกพันจำเลยให้ต้องรับผิดใช้เงินราคาแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้คำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่าให้จำเลยใช้ราคาที่ดินพิพาท ๓ แปลงเป็นเงิน ๙๙๙,๕๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยในเงินจำนวนนี้ร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2500 พ.อ.พระยาราชอัคนิรักษ์ ที่ 1 นางศรไกรณรงค์ ที่ 2 ผู้จัดการมรดก ร.ต.โต๊ะ รัตนเดชา โจทก์ นางนิ่ม อินทวัจนะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความ1 - พ.อ.พระยาราชอัคนิรักษ์ ที่ · ผู้จัดการมรดก - นางศรไกรณรงค์ ที่ 2 · โจทก์ - ร.ต.โต๊ะ รัตนเดชา · จำเลย - นางนิ่ม อินทวัจนะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์นายสวัสดิ์ พาณิชอัตรา · หลวงสุธรรมานุวัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 19883/2555ฎีกา 170/2546ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3414/2541ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 4225/2529ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 1228/2539ฎีกา 3886/2566ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา