⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1253/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2500

ย่อคำพิพากษา

ที่ศาลเจ้าที่เกิดมีขึ้นตามกฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 มี.ค.2463 ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.123 นั้น หาได้เป็นสาธารณสมบัติแผ่นดินไม่ เพราะตามกฎนี้กำหนดว่าให้ที่ศาลเจ้ามีหนังสือสำคัญหรือโฉนดนั้นก็คือให้ปฏิบัติการอย่างบุคคลธรรมดา ไม่มีข้อความพิเศษให้ลบล้างกฎหมาย ฉะนั้นเมื่อผู้ดูแลปล่อยปละให้บุคคลอื่นเข้าครอบครองที่ศาลเจ้าๆ ก็อาจสูญเสียที่ไปอย่างการสูญเสียที่ของบุคคลธรรมดานั้นเอง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทและที่นองพิพาทมีเขตติดต่อเป็นผืนเดียวกัน ที่นี้เมื่อ ร.ศ.๑๑๕ จีนโยงลางกับพวกได้สละเงินจัดหามา และก่อตั้งศาลเจ้าไหหลำขึ้น ต่อมามีการอุทิศที่ดินและอาคารให้เป็นของกลาง สำหรับมหาชนและได้ขึ้นทะเบียนต่อเจ้าพนักงานไว้แล้ว จึงมีสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีการแต่งตั้งผู้จัดการปกครองและผู้ตรวจตราสอดส่องตลอดมา โจทก์ที่ ๒ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการปกครองศาลเจ้านี้ในปัจจุบัน ตามกฎเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยว ว่าด้วยกุศลสถานชนิดศาลเจ้า ลงวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ.๒๔๖๓ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๔๙๗ จำเลยได้บังอาจรื้อถอนเขตที่เข้าไปปลูกเรือนในบริเวณที่ของศาลเจ้า จึงได้มาฟ้องให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยได้รับมรดกที่พิพาทมาจากมารดา มารดาจำเลยได้รับมรดกที่พิพาทมาจากยายจำเลย จำเลยได้ปกครองติดต่อกันมากว่า ๓๐ ปี จึงได้กรรมสิทธิ์ โจทก์จำเลยต่างรับกันว่าเดิมที่พิพาทเป็นของศาลเจ้าจริง แต่ยายจำเลยได้เข้าครอบครองมา เมื่อยายจำเลยตายลง มารดาจำเลยได้รับมรดกและปกครองมาอีกเกือบ ๓๐ ปี เมื่อมารดกจำเลยตาย จำเลยกับพวกได้มรดกได้ปกครองมาอีก ๕ - ๖ ปี แล้วทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจสืบพยานบุคคล คงอ้างแต่เอกสารเป็นพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยได้ปกครองโดยสงบเปิดเผย ๑๐ ปี โจทก์จึงขาดปกครอง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลเจ้าเป็นที่กุศลสถานประเภทหนึ่ง ใช้เป็นสถานที่เคารพและประกอบพิธีกรรมตามลัทธิของมหาชน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2500 กรรมการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายจันทร์ สมบูรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ 1 นายเต็งผก แซ่เง่า ผู้จัดการปกครองศาลเจ้าไหหลำ ที่ 2 โจทก์ นายชุ่ม ขุมเดชะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ว่าราชการจังหวัดที่ - กรรมการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายจันทร์ สมบูรณ์กุล · โจทก์ - 1 นายเต็งผก แซ่เง่า ผู้จัดการปกครองศาลเจ้าไหหลำ ที่ 2 · จำเลย - นายชุ่ม ขุมเดชะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 726/2493ฎีกา 3375/2532ฎีกา 734/2516ฎีกา 1534/2565ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 609/2522ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2775/2541ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา