⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1260/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1260/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยได้โคของกลางไว้ในครอบครองโดยทุจริต หรือรับของโจร ถือว่าไม่เคลือบคลุม เพราะเป็นการบรรยายการกระทำและรายละเอียดที่ชัดเจนพอสมควร และความผิดฐานยักยอกของหายกับความผิดฐานรับของโจรเป็นความผิดที่เกี่ยวพันกัน จึงสามารถฟ้องรวมกันได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กล่าวฟ้องใจความว่าโคของเจ้าทรัพย์เพริดไปเมื่อวัน ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2499 ตอนกลางวัน ครั้นตกเวลากลางคืนในวันเดียวกันนั้นเองปรากฎว่าจำเลยมีโคตัวนั้นไว้ในความครอบครองโดยในระยะเวลาระหว่าง 2 ตอนดังกล่าวนั้น จำเลยจับโคที่เพริดไปนั้นได้เองแล้วกลับยักยอกเอาไว้เสียโดยทุจริตหรือรับของโจรโคตัวนั้นไว้ เช่นนี้เป็นฟ้องที่ไม่เคลือบคลุม เพราะโจทก์บรรยายการกระทำและรายละเอียดชัดเจนพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจได้ดีอยู่แล้ว ตาม ป.วิ.อาญา ม.158 (5) และความผิดฐานยักยอกของหายในลักษณะเช่นนี้ กับความผิดฐานรับของโจรเป็นความผิดที่เกี่ยวพันกันอยู่เช่นเดียวกันกับความผิดฐานลักทรัพย์กับความผิดฐานรับของโจร ซึ่งย่อมฟ้องได้ในลักษณะทำนองเดียวกันนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.318 กฎหมายลักษณะอาญา ม.321 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง ยักยอกทรัพย์หรือรับของโจร โจทก์ฟ้องกล่าวความว่าเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ เวลากลางวัน โคผู้สีแดง ๑ ตัวราคา ๕๐๐ บาท ของนายพรม การประสพได้พลัดเพลิดหายไป ติดตามหาไม่พบ เหตุเกิดที่ตำบลม่วงนา อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ต่อมาวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ นั้นเองเวลากลางคืน หลังจากโคของเจ้าทรัพย์ได้หายไปแล้ว ได้มีผู้พบเห็นจำเลยนี้มีโคของเจ้าทรัพย์ไว้ในครอบครอง ทั้งนี้โดยจำเลยบังอาจสมคบกันยักยอกเอาโคของเจ้าทรัพย์ดังกล่าวแล้วไว้เป็นอาญาประโยชน์ของจำเลยเสีย หาได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายไม่ หรือมิฉะนั้นตั้งแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ เวลากลางวันจนถึงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๙ เวลากลางคืนซึ่งมีผู้พบเห็นจำเลยมีโคของเจ้าทรัพย์ไว้ในครอบครอง จำเลยบังอาจสมคบกันรับเอาโคของเจ้าทรัพย์ไว้ในครอบครองโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย เหตุทั้งนี้เกิดที่ตำบลม่วงนา อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๑๘,๓๒๑ จำเลยปฎิเสธ และต่อสู้ว่าฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า บรรยายฟ้องของโจทก์ขัดกันในตัวเอง จำเลยไม่สามารถเข้าใจข้อหาได้ ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อาญา ม.๑๕๘ (๕) พิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์บรรยายการกระทำและรายละเอียดไว้ชัดและไม่ขัดแย้งกัน พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่มีทางที่จำเลยจะหลงเข้าใจฟ้องผิดเลย อนึ่ง ความผิดฐานยักยอกเก็บของตกกับฐานรับของโจรนั้น เป็นความผิดซึ่งเกี่ยวเนื่องกัน อาจฟ้องรวมกันมาในคดีเดียวกันได้ตามฎีกาที่ ๔๖๗/๒๔๙๑ จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสืบพยานต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกาว่า ฟ้องเคลือบคลุม ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องฉบับนี้ได้บรรยายการกระทำและรายละเอียดชัดเจนพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีอยู่แล้ว ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๕๘ (๒) และความผิดฐานยักยอกของหายในลักษณะเช่นนี้ กับความผิดฐานรับของโจรเป็นความผิดที่เกี่ยวพันกันอยู่ เช่นเดียวกันกับความผิดฐานลักทรัพย์กับความผิดฐานรับของโจร ซึ่งย่อมฟ้องได้ในลักษณะทำนองเดียวกันนี้ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1260/2500 อัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ โจทก์ นายบุญมา การผุด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ · จำเลย - นายบุญมา การผุด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายนิยม ติวุตานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเริ่ม นนทะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา