คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1402/2500
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สามีไปมาหาสู่ภริยาเดิมและบุตรเป็นประจำ แม้จะแยกกันอยู่แล้ว ก็ไม่ถือเป็นการจงใจละทิ้งร้างภริยาเพื่อเป็นเหตุฟ้องหย่าได้
ย่อคำพิพากษา
ถึงแม้สามีจะได้แยกไปอยู่กับภริยาใหม่แล้วก็ดี แต่ก็ยังไปมาที่บ้านภริยาเดิม ไปร่วมรับประทานอาหารกับบุตรเกือบทุกวันและทั้งยังเป็นผู้อุปการะบุตรอยู่ด้วย ภริยาเดิมสั่งคนเฝ้าบ้านไม่ให้ใครเข้าห้องนอกจากตนเองกับลูก ๆ แม้กระนั้นสามีก็ยังอุตส่าห์ไปมาที่บ้านภริยาเดิมอยู่แทบทุกวัน สามีไปบ้านภริยาเดิมทีไร ก็ตั้งข้อสังเกตุสอบถามคนในบ้านว่ามีใครไปมาหาโจทก์เป็นการแสดงกิริยาหวงแหนสนใจในความเป็นอยู่ของโจทก์ พฤติการณ์ดั่งกล่าวนี้ จะถือว่าสามีจงใจละทิ้งร้างภริยาเดิมเพื่ออ้างมาเป็นเหตุฟ้องหย่าหาได้ไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่อง ขอหย่า
โจทก์ฟ้องขอหย่าขาดจาการเป็นสามีภริยากับจำเลย โดยอ้างเหตุหย่า ๓ เหตุคือ
๑. จำเลยใช้กิริยาหยาบคายต่อโจทก์ ทำร้ายโจทก์ถึงบาดเจ็บ
๒. จำเลยประพฤติตนเป็นปฏิบักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง
๓. จำเลยจงใจทิ้งร้างโจทก์ และไม่ให้ความอุปการะเลี้ยงดูโจทก์และบุตรตามสมควร
จำเลยต่อสู้ตรงข้ามกับเหตุหย่าที่โจทก์อ้างมาฟ้อง
ศาลแพ่งวินิจฉัยว่า เหตุหย่าตามข้อ ๑ และ ๒ แม้เป็นความจริง สิทธิฟ้องร้องของโจทก์ก็ระงับไป เพราะขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๕๐๙ แล้ว
ส่วนเหตุหย่าข้อ ๓ ศาลแพ่งฟังว่า จำเลยให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูโจทก์ ไปอยู่กับภริยาใหม่มิได้หลับนอนกับโจทก์ฉันท์สามีภริยาโดยมิใช่ความผิดของภริยานั้น ถือว่าเป็นการจงใจทิ้งร้างภริยาตลอดมาเกินกว่า ๑ ปี โจทก์ย่อมอ้างเหตุนี้ฟ้องหย่าได้ จึงพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากสามีภริยากัน
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฏีกา
คดีมีข้อโต้เถียงขึ้นมาสู่ศาลฏีกาแต่เพียงข้อเดียวว่า จำเลยได้จงใจละทิ้งร้างโจทก์ไปเกินกว่า ๑ ปี ดังที่ศาลล่างวินิจฉัยมานั้นหรือไม่
ศาลฏีกาเห็นว่า เพียงแต่การที่จำเลยมิได้หลับนอนกับโจทก์ฉันท์สามีภริยา จะถือว่าเป็นการจงใจละทิ้งร้างโจทก์ได้หรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า ถึงแม้จำเลยจะได้แยกไปอยู่กับภริยาใหม่แล้วก็ดี แต่จำเลยก็ยังคงไปมาที่บ้านโจทก์ไปร่วมรับประทานอาหารกับบุตรเกือบทุกวัน และทั้งจำเลยยังเป็นผู้อุปการะบุตรของจำเลยอยู่ด้วย โจทก์สั่งคนเฝ้าบ้านไม่ให้ใครเข้าห้องนอกจากโจทก์กับลูก ๆ แม้กระนั้นจำเลยก็ยังอุตส่าห์ไปมาที่บ้านโจทก์แทบทุกวัน จำเลยไปบ้านโจทก์ทีไร ก็ตั้งข้อสังเกตุสอบถามคนในบ้านว่ามีใครไปมาหาโจทก์ เป็นการแสดงกิริยาหวงแหนสนใจในความเป็นอยู่ของ โจทก์ พฤติการณ์ดังกล่าวจะถือว่า จำเลยจงใจละทั้งร้างโจทก์หาได้ไม่
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1402/2500
นางทองพูน พึ่งสุนทร โจทก์
นายวิรัช พึ่งสุนทร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางทองพูน พึ่งสุนทร · จำเลย - นายวิรัช พึ่งสุนทร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวัติ ปัตตพงศ์ · ทรงนิติกรณ์ · ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลแพ่ง - นายสวิง ลัคพลี · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงมนูเทศน์วิมลภ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา