⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1990/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1990/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจะลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 254 ได้นั้น บาดแผลที่เกิดจากการทำร้ายร่างกายจะต้องถึงขั้นเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามความหมายของกฎหมาย หากไม่ถึงขั้นดังกล่าว จะลงโทษตามมาตรานี้ไม่ได้ แม้จำเลยจะรับสารภาพก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่า จำเลยทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ในท้องถนนหลวงถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม. 254 เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า บาดแผลที่จำเลยกระทำร้ายคู่วิวาทอีกฝ่ายหนึ่งไม่ถึงบาดเจ็บ เมื่อโจทก์ไม่ได้ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.335 (6) มาด้วย จะลงโทษตามมาตรานี้ไม่ได้ เพราะเป็นความผิดคนละประเภทและบทบัญญัติความผิดก็คนละหมวดหมู่กัน ถือได้ว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ รายงานชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องย่อมเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง เมื่อจำเลยรับสารภาพว่าได้กระทำผิดดังฟ้องโจทก์ทุกข้อหา แต่รายงานชันสูตรบาดแผลผู้ถูกทำร้ายเพียงฟกช้ำเท่านั้น ยังไม่ถึงเกณฑ์บาดเจ็บ จะลงโทษตาม ม.254 ไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.254 กฎหมายลักษณะอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.254 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความตามฟ้องโจทก์และจำเลยรับสารภาพว่าจำเลยทั้งสองบังอาจทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันในท้องถนนหลวง โดย นายฟองจำเลยที่ ๑ ใช้มือชกใช้เท้าเตะ และใช้ดุ้นฟืนทำร้าย นายชิต ดังปรากฏตามรายงาน ชันสูตรบาดแผล นายชิต จำเลยท้ายฟ้องว่า ขอบตาขวาฟกช้ำ แขนขวาขัดยอก รักษา ๕ วันหาย ฝ่ายนายชิต จำเลยที่ ๒ ได้ใช้สูปจักรยานทำร้าย นายฟอง จำเลยจนได้รับบาดเจ็บดังปรากฏตามรายงานชันสูตรบาดแผล นายฟอง จำเลยท้ายฟ้องว่า แผลที่ได้ราวนมเบื้องขวากว้าง ๐.๕ ซ.ม. ยาว ๐.๕ ซ.ม. ลึก ๒ ๑/๒ ซ.ม. หายภายใน ๒๐ วัน ศาลชั้นต้นลงโทษ นายชิต จำเลยที่ ๒ ตาม ก.ม. อาญา ม.๒๕๔ ดังที่โจทก์ขอมาในท้ายคำฟ้องโดยลดตาม ม.๕๙ และกำหนดโทษจำคุก ๑ เดือน รอการลงโทษไว้ ยกฟ้องปล่อย นายฟองจำเลยที่ ๑ โดยเห็นว่าบาดแผลของ นายชิต ที่ถูกนายฟองทำร้าย ไม่ถึงบาดเจ็บ และจะลงโทษ ตาม ก.ม.อาญา ม.๓๓๘ ข้อ ๓ ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องวิวาท จะลงตาม ม.๓๓๕ ข้อ ๖ ก็ไม่ได้ เพราะโจทก์มิได้ประสงค์ขอให้ลงโทษ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษ นายฟอง จำเลยตาม ม.๒๕๔ หรือ ม.๓๓๕ (๖) ศาลอุทธรณ์เห็นว่า บาดแผลของ นายขิต จำเลยไม่ถึงบาดเจ็บ นายฟอง จำเลยที่ ๑ ไม่ผิดตาม ม.๒๕๔ ส่วน ม.๓๓๕ (๖) ถ้าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษก็น่าจะอ้างมา เมื่อไม่อ้างมาถือได้ว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษตามมาตรานี้ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงเรื่องบาดแผลยังหาเข้าเกณฑ์ลักษณะบาดเจ็บตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔ ไม่แม้จำเลยจะรับตามฟ้องก็ดี รายงานชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องย่อมเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง เมื่อบาดแผลตามรายงานชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้องเพียงฟกช้ำเท่านั้น ยังไม่ถึงเกณฑ์บาดเจ็บทุพพลภาพตามกฎหมาย เมื่อบาดแผลไม่ถึงบาดเจ็บตาม ม.๒๕๔ แล้วจะลงโทษนายฟองจำเลยที่ ๑ ฐานวิวาทต่อสู้กันในถนนหลวง โดยที่ฟ้อง โจทก์ได้กล่าวบรรยายการกระทำผิดของจำเลย ฐานวิวาท ทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันในถนนหลวงไว้ แต่มิได้อ้าง ม.๓๓๕ (๖) อันเป็นบทลงโทษมา ได้หรือไม่นั้น เห็นว่าความผิดฐานประทุษร้ายต่อร่างกายกับความผิดฐานวิวาทต่อสู้กันในถนนหลวงหรือในที่สาธารณะสถาน เป็นความผิด คนละประเภท และบทบัญญัติความผิดก็คนละหมวดหมู่กัน เมื่อโจทก์มิได้ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๓๓๕ (๖) มาด้วย จึงลงโทษ นายฟอง จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1990/2500 อัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์ นายฟอง อินฉาย ที่ 1, นายชิต ศรีดารา ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดราชบุรี · 1, - นายฟอง อินฉาย ที่ · จำเลย - นายชิต ศรีดารา ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทประชา · นนทปัญญา · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงศรีสัตยารักษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1638/2492ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 141/2466ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา