คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 407/2501
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่หุ้นส่วนบางคนตาย ไม่ทำให้หุ้นส่วนเลิกกัน หากหุ้นส่วนที่เหลืออยู่ยินยอมให้ผู้ถือหุ้นใหม่รับโอนหุ้นสืบต่อกันมา
2. คำขอท้ายฟ้องที่ระบุว่าที่พิพาทเป็นของหุ้นส่วน ย่อมรวมถึงทรัพย์สินที่สร้างขึ้นบนที่พิพาทนั้นด้วย
ย่อคำพิพากษา
เมื่อหุ้นส่วนบางคนตาย ผู้เป็นหุ้นส่วนที่ยังอยู่ได้รับโอนหุ้นและยินยอมให้ผู้ถือหุ้นใหม่รับโอนหุ้นสืบต่อ ๆ กันมาโดยความยินยอมจนถึงโจทก์จำเลย ดังนี้ หุ้นส่วนนั้นยังคงมีอยู่ต่อไปมิได้เลิกจากกัน
โจทก์บรรยายในฟ้องว่า เมื่อทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนแล้ว หุ้นส่วนได้สร้างโรงมหรสพขึ้นบนที่พิพาท และได้ประกอบกิจการมหรสพติดต่อตลอดมาจนบัดนี้ และในคำขอท้ายฟ้องเขียนว่า ที่พิพาทดังกล่าวในฟ้องเป็นของหุ้นส่วน มิใช่ของจำเลยผู้เดียว ดังนี้คำขอท้ายฟ้องดังกล่าวย่อมหมายถึงโรงมหรสพดังกล่าวในฟ้องด้วย ที่ศาลพิพากษารวมถึงโรงมหรสพด้วยจึงไม่ใช่พิพากษาเกินคำขอ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่านางจีบภรรยาจำเลยกับผู้มีชื่อหลายคนได้ทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกัน นางจีบภรรยาจำเลยได้เอาที่ดินพิพาทหลงหุ้นแทนเงิน ต่อมาภรรยาจำเลยและถือหุ้นตาย จำเลยและโจทก์ทั้ง ๓ และจำเลย
จำเลยมีหน้าที่เก็บเงินและทำบัญชีต่าง ๆ แต่เมื่อประมาณ ๖ เดือนมานี้โจทก์ได้ไปขอตรวจดูบัญชีเอกสารต่าง ๆ จำเลยไม่ยอมให้ตรวจ และจำเลยกลับฟ้องโจทก์ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยผู้เดียว จำเลยมีเจตนาฉ้อโกงโจทก์ จึงขอให้พิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของหุ้นส่วน "มิ่นสร้างกงษี" ให้หุ้นส่วนเลิกจากกันและ ดำเนินการชำระบัญชีต่อไป
จำเลยต่อสู้ว่านางจีบจะทำสัญญาหุ้นส่วนหรือไม่ไม่ทราบ การเปลี่ยนแปลงโอนหุ้นและการรับมรดกหุ้นเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์เป็นบุคคลภายนอกไม่ได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนโดยความยินยอมของหุ้นส่วนเดิม และตัดฟ้องว่าคดีขาดอายุความ
ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า ที่ดินรายพิพาทรวมทั้งโรงมหรสพเป็นของหุ้นส่วน "มิ่นสร้างกงษี" ให้หุ้นส่วนมิ่นสร้างกงษีเลิกจากกัน และดำเนินการชำระบัญชีต่อไป ฯลฯ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อหุ้นส่วนบางคนตาย ผู้เป็นหุ้นส่วนที่ยังอยู่ได้รับโอนหุ้นและยินยอมให้ผู้ถือหุ้นใหม่รับโอนหุ้นสืบต่อ ๆ กันมาโดยความยินยอมจนถึงโจทก์และจำเลยเป็นผู้ถือหุ้น หุ้นส่วนจึงยังคงมีอยู่ต่อไป มิได้เลิกจากกัน
จำเลยมิได้กล่าวว่าขาดอายุความอะไร อย่างไร และเห็นว่าคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความในทางใด ๆ ทั้งนั้น
ข้อที่ว่าศาลพิพากษาเกินคำขอเพราะโจทก์ขอเฉพาะที่ดินแต่ศาลพิพากษารวมทั้งโรงมหรสพด้วยนั้น เห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งตอนหนึ่งว่า เมื่อทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนแล้ว หุ้นส่วนได้สร้างโรงมหรสพขึ้นบนที่ดินแปลงที่นางจีบเอามาลงหุ้นและได้ประกอบกิจการมหรสพต่อมา อีกตอนหนึ่งว่า นับตั้งแต่เข้าหุ้นส่วนกันมา หุ้นส่วนได้ร่วมกันปกครองทรัพย์สินของหุ้นส่วนอันประกอบด้วยที่ดินและโรงมหรสพ และได้ประกอบกิจการมหรสพต่อเนื่องกันตลอดมา และในคำขอท้ายฟ้องว่าที่พิพาทดังกล่าวในฟ้องเป้นของหุ้นส่วน มิใช่ของจำเลยผู้เดียว คำขอที่ว่านี้ย่อมหมายถึงโรงมหรสพดังกล่าวมาแล้วด้วย จึงไม่เกินคำขอ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 407/2501
นายเอี้ยวเฮงฉก เอี้ยวฉาย กับพวก โจทก์
นายเองกี่ แซ่ตัน หรือ นิยมกุลสมาน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเอี้ยวเฮงฉก เอี้ยวฉาย กับพวก · จำเลย - นายเองกี่ แซ่ตัน หรือ นิยมกุลสมาน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายศิลป์ ศิลปกรพิศาล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิทักษ์มนูศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา