คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2501
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว จะอ้างว่าทนายจำเลยสมคบกับโจทก์ฉ้อฉลจำเลยไม่ได้ เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานอันชัดแจ้งว่ามีการฉ้อฉลจริง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยอ้างว่าสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมนั้น ทนายจำเลยกับโจทก์สมคบกันฉ้อฉลโจทก์ โดยอ้างเหตุแต่เพียงว่าทนายไม่บอกจำเลยก่อน ไม่ทำสัญญาประนีประนอมฯต่อหน้าทนายจำเลยคนอื่นในคดีเดียวกัน ไม่บอกกล่าวให้จำเลยทราบในภายหลังข้อกล่าวอ้างดังกล่าวนี้ไม่เป้นการฉ้อฉลที่จะเป็นเหตุให้อุทธรณ์ฎีกาตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 138 (1) ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่านายประสาทว่าจ้างให้โจทก์จำเลยทั้ง ๒ จัดการหรือเรียกร้องเอาเงินค่าฝิ่น ๑,๐๔๕,๐๗๕ บาท ๘๕ สตางค์ จากกระทรวงการคลัง ฯลฯ โจทก์จำเลยได้ช่วยกันจัดการให้นายประสาทไ้ดรับเงิน นายประสาทจ่ายเงินให้แก่จำเลยแล้วจำเลยไม่แบ่งให้โจทก์ตามสัญญา จึงขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๓๓,๓๓๓.๓๓ บาทและเสียดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า โจทก์ชอบที่จะเรียกจากนายจ้าง ฯลฯ
จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง ฯลฯ
ต่อมาโจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ และในวันเดียวกันนั้นเองทนายจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาปรานีประนอมยอมความกันว่าจำเลยที่ ๑ ยอมชดใช้เงินให้โจทก์ ๒๕,๐๐๐ บาทในกำหนด ๑ เดือน หากผิดนัดยอมให้ดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จ
ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม
จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอถอนทนายจำเลยที่ ๑ อ้างว่าทนายกระทำการฉ้อฉลเพราะได้สมคบกันกับฝ่ายโจทก์ทำสัญญาปรานีประนอมยอมความโดยจำเลยไม่รู้เห็นหรือให้ความยินยอมเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างมาก และวันเดียวกันจำเลยยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป อ้างว่าศาลส่งหมายนัดฟังประเด็นกลับให้แก่ทนายจำเลยที่ ๑ ทนายจำเลยที่ ๑ ไม่บอกให้จำเลยที่ ๑ ทราบ ทนายของจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นพี่สะใภ้ของจำเลยกลับแล้ว ทนายจำเลยที่ ๑ จึงได้ทำสัญญาปรานีประนอมยอมความกับโจทก์ โดยจำเลยไม่รู้เห็นยินยอมและไม่บอกให้จำเลยทราบ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้จำเลยอ้างเหตุอุทธรณ์ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๑๓๘ (๑) เห็นว่าคดีนี้ใบแต่ทนายความของจำเลยได้ให้อำนาจนายปันทำการปรานีประนอมยอมความได้ การที่นายปันไม่บอกกล่าวจำเลยก่อน ไม่ทำสัญญาปรานีประนอมยอมความต่อหน้าทนายของจำเลยคนอื่นในคดีเดียวกัน และไม่บอกกล่าวให้จำเลยทราบในภายหลังดังจำเลยยกขึ้นอ้างมาในฟ้องอุทธรณ์นั้น ข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นการฉ้อฉลดังจำเลยฎีกา พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2501
นายทองอินทร์ ปัณฑรานนท์ โจทก์
ร.ท.ราศรี สิงหเนตร ที่ 1,นายอดุลย์ สิงหเนตร ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทองอินทร์ ปัณฑรานนท์ · จำเลย - ร.ท.ราศรี สิงหเนตร ที่ 1,นายอดุลย์ สิงหเนตร ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นนทปัญญา · ดุลยการณ์โกวิท · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายยงยุทธ เลอลภ · ศาลอุทธรณ์ - นายทวี เจริญพิทักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา