คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2501
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้ทรงเช็คย่อมได้รับเช็คมาโดยสุจริต เว้นแต่ผู้ที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้ทรงจะรู้หรือควรจะรู้ถึงการที่ตนได้เช็คนั้นมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยการฉ้อฉล หรือโดยการใช้กำลังบังคับ หรือโดยการขู่ว่าจะใช้กำลังบังคับ หรือโดยการกระทำอันเป็นการฉ้อฉล หรือโดยการทุจริตอย่างอื่น
* การที่จำเลยจะอ้างว่าตนออกเช็คให้บุคคลที่สามโดยถูกหลอกลวงมาเป็นข้อต่อสู้กับผู้ทรงเช็ค หาได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ซึ่งจำเลยมีหน้าที่ต้องนำสืบ
* การอ้างว่าผู้ทรงเช็คได้รับโอนเช็คมาโดยไม่สุจริต ต้องระบุให้ชัดแจ้งว่าไม่สุจริตอย่างไร จึงจะมีประเด็นที่จะสืบได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คจำเลยจะอ้างว่าจำเลยออกเช็คให้บุคคลที่สามโดยถูกบุคคลที่สามหลอกลวง มาเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์หาได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ซึ่งตกเป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องนำสืบ หาใช่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงจะต้องสืบว่าได้รับโอนเช็คมาอย่างไรไม่
ในเรื่องเช็ค จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต แต่ไม่ได้กล่าวว่าไม่สุจริตอย่างไร ย่อมไม่มีประเด็นที่จะสืบ
ป.พ.พ.มาตรา 916 ที่ห้ามไม่ให้ยกขึ้นต่อสู้กับผู้ทรงนั้น ได้รวมตลอดถึงห้ามผู้สั่งจ่ายด้วย และมาตรานี้ ซึ่งบัญญัติถึงเรื่องตั๋วแลกเงินก็อนุโลมมาใช้ในเรื่องเช็คได้ เพราะไม่ขัดกับสภาพแห่งตราสาร
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็ครายพิพาทให้แก่ผู้ถือและโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คฉบับนี้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้จำเลยใช้เงินตามเช็ค ๒,๖๘๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้อง ๖๓ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งจากวันฟ้องจนใช้เสร็จแก่โจทก์
ในข้อกฎหมาย จำเลยฎีกาใจความว่า เช็คตามฟ้องไม่ปรากฎรายการสลักหลัง และทั้งไม่ปรากฎว่าโจทก์รับโอนเช็คนี้มาอย่างไร จะถือว่าโจทก์เป็นผู้ทรงโดยชอบยังไม่ได้ และการที่ศาลไม่ให้จำเลยสืบตามข้อต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนเช็คมาโดยไม่สุจริตก็ไม่ชอบ จำเลยให้การต่อสู้ไว้แล้วถึงกรณีออกเช็คว่าโดยถูกนายฮังเท้งหลอกลวง ซึ่งหากเป็นความจริงโจทก์ก็ไม่มีสิทธิจะนำเช็คมาฟ้องเรียกเงินจากจำเลยได้ ป.พ.พ.มาตรา ๙๑๖ ที่ศาลชั้นต้นยกขึ้นวินิจฉัยก็ไม่ตรงกับรูปเรื่องในคดีนี้ เพราะเป็นบทบัญญัติบังคับเรื่องตั๋วแรกเงินซึ่งจะนำมาใช้ในเรื่องเช็คได้ก็โดยอนุโลม แต่จะอนุโลมมาใช้ในคดีนี้ไม่ได้ เพราะลักษณะต่างกัน และบทมาตราดังกล่าวมิได้ห้ามผู้สั่งจ่ายที่จะยกต่อสู้ต่อผู้ทรง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามป.พ.พ.มาตรา ๙๑๖ ซึ่งให้ยกมาบังคับในเรื่องเช็คด้วย เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงจำเลยก็หาอาจจะต่อสูโจทก์ด้วยข้อต่อสู้ที่ว่าจำเลยออกเช็คโดยถูกนายฮั้งเท้งหลอกลวงได้ไม่ เว้นแต่การโอน+มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ซึ่งตกเป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องนำสืบ หาใช่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงจะต้องสืบว่าได้รับโอนเช็คมาอย่างไรไม่ คดีนี้จำเลยคงให้การต่อสู้แต่ว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต แต่ไม่กล่าวว่าไม่สุจริตอย่างไร จึงไม่มีประเด็นที่จะสืบ ข้อที่จำเลยคัดค้านว่า ม.๙๑๖ จะอนุโลมมาใช้คดีนี้ไม่ได้นั้น ก็ไม่เห็นมีเหตุที่ว่าจะยกมาบังคับในเรื่องเช็คไม่ได้อย่างไร เพราะไม่ขัดกับสภาพแห่งตราสาร ทั้งบทมาตรานี้ที่ห้ามไม่ให้ยกขึ้นต่อสู้กับผู้ทรงนั้นก็รวมตลอดถึงห้ามผู้สั่งจ่ายด้วย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2501
นายฮั่งเม้ง แซ่เฮง โจทก์
นายคิวฮี แซ่กัง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายฮั่งเม้ง แซ่เฮง · จำเลย - นายคิวฮี แซ่กัง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ธรรมบัณฑิต · วุฒิศักดิ์เนตินาท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสุทิน เกษคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสงค์ ศิริทรัพย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา