⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1190/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1190/2502

ป.อาญา ม.306, 307, 317

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่พาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลนั้น เป็นความผิดฐานพรากเด็กไปเสียจากผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นลูกจ้างมีหน้าที่เป็นคนครัวซักเสื้อผ้าและอื่น ๆ ภายในบ้าน ถ้ามีเวลาว่างจึงช่วยดูแลเด็ก จำเลยได้นำเด็กอายุ 10 เดือน ซึ่งเป็นลูกของนายจ้างไปฝากผู้มีชื่อไว้โดยจำเลยอ้างว่าเป็นบุตรของจำเลยเอง เช่นนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการพรากเด็กไปเสียจากผู้ปกครองตาม มาตรา 317 ส่วน มาตรา 306, 307 เป็นเรื่องทอดทิ้งเด็กไว้ ไม่ใช่การพาไปหรือพรากไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.306 ประมวลกฎหมายอาญา ม.307 ประมวลกฎหมายอาญา ม.317

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.306 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.307 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.317 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์ของนายเชากวงนายจ้าง และจำเลยพาเด็กชายเตียงเคียว อายุ ๑๐ เดือน พรากไปเสียจากนายเขากวงผู้บิดา จำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษ จำเลยรับสารภาพฐานลักทรัพย์และรับในข้อเคยต้องโทษ ส่วนข้อพาเด็กไปจากบิดามารดา จำเลยรับว่าพาไปจริง แต่เพราะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ๆ ร้องตาม จึงขาดเจตนา ไม่เป็นความผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่า จำเลยผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน กับฐานพรากเด็กไปจากบิดามารดาตาม มาตรา ๓๑๗ จำคุก ๔ ปี ๖ เดือน รวมเป็นจำคุก ๖ ปี เพิ่มโทษ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๙๒ เป็น ๘ ปี ลดรับกึ่งตาม มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๔ ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ในเรื่องพาเด็กไปจากบิดามารดานั้น ควรลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๖, ๓๐๗ และการเพิ่มโทษจำเลยก็เพิ่มไม่ได้ เพราะ พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ ไม่ถือว่าจำเลยเคยต้องโทษ ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเป็นลูกจ้างนายเชากวงเพียงวันเดียวก็เกิดเหตุ มีหน้าที่เป็นคนครัวซักเสื้อผ้าและอื่น ๆ ภายในบ้าน ถ้ามีเวลาว่างจึงช่วยดูแลเด็ก ข้อที่จำเลยต่อสู้ว่า เด็กร้องตาม จึงฟังไม่ได้ จำเลยองก็ยังเบิกความรับว่า ได้นำเด็กไปฝากผู้มีชื่ออ้างว่าเป็นบุตรของจำเลยเอง ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการพรากเด็กไปเสียจากผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๗ ส่วน มาตรา ๓๐๖, ๓๐๗ เป็นเรื่องทอดทิ้งเด็กไว้ ไม่ใช่การพาไปหรือพรากไป ปัญหาเรื่องเพิ่มโทษได้ความว่า เพิ่งพ้นโทษฐานลักทรัพย์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๐๐ ภายหลังวันใช้ พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ แล้ว จำเลยจึงไม่ได้รับผลจากการล้างมลทินแต่ประการใด ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1190/2502 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายทองใบ ครองลาภ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายทองใบ ครองลาภ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิวาทนฤพุฒิ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสอาด สุจริตพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1400/2538ฎีกา 2580/2563ฎีกา 4529/2545ฎีกา 1774/2536ฎีกา 4385/2562ฎีกา 5557/2555ฎีกา 1880/2546ฎีกา 34/2521ฎีกา 2191/2522ฎีกา 1366/2564ฎีกา 2982/2562ฎีกา 1609/2563ฎีกา 261/2534ฎีกา 2561/2562ฎีกา 6065/2545ฎีกา 3152/2543ฎีกา 7290/2558ฎีกา 743/2540ฎีกา 4287/2548ฎีกา 13045/2553ฎีกา 2492/2552ฎีกา 489/2561ฎีกา 216/2564ฎีกา 5485/2562
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา