⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 147/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับหลักฐานเป็นหนังสือเพื่อเบิกหักผลักส่ง ไม่ถือเป็นการยักยอกเงินตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงิน แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าเงินในรายการข้อ ก. และข้อ ง. ที่โจทก์บรรยายในฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงินนั้น จำเลยมิได้รับตัวเงินไว้เป็นแต่รับหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งเป็นการเบิกหักผลักส่ง ดังนั้น จึงมิใช่เป็นการยักยอกเงินตามฟ้องของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.131 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๒ เป็นข้าราชการกรมสามัญศึกษาฯ จำเลยที่ ๑ เป็นหัวหน้าแผนกคลัง จำเลยที่ ๒ เป็นประจำแผนกคลัง ได้รับมอบหมายจากทางการให้เบิกจ่ายและรับรักษาเงินของรัฐบาล จำเลยสมคบกันยักยอกเงินหลายรายการตั้งแต่รายการข้อ ก. ถึง ข้อ ฉ. ในวันเวลาต่าง ๆ กัน รวมเป็นเงิน ๒๙๗,๑๐๔.๕๐ บาท ฯลฯ ขอให้ลงโทษ จำเลยทั้ง ๒ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้น เห็นว่าเงินในรายการข้อ ก. ข้อ ง. นั้น ปรากฏว่า จำเลยมิได้รับเงินไว้เป็นแต่ได้รับหลักฐานเป็นหนังสือซึ่งเป็นการเบิกหักผลักส่ง จึงไม่มีเงินที่จำเลยจะยักยอกได้ตามข้อกล่าวหาในฟ้องและเห็นว่า รูปคดียังไม่แน่ใจว่าจำเลยที่ ๑ สมคบกับจำเลย ที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ผู้เดียวมีเจตนาทุจริตยักยอกเงินจำนวนเพียง ๒๗,๙๕๐ บาท ไปพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๑๓๑,๗๑ พ.ร.บ.อนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๒ เรียงกะทงความผิดให้วางโทษรวมทุกกะทงความผิดมีกำหนด ๗ ปี ฯลฯ โจทก์อุทธรณ์ว่า ใบสำคัญเบิกหักผลักส่งถือได้ว่าเป็นตัวเงินที่จำเลยยักยอก จำเลยที่ ๑ ร่วมกระทำผิดด้วย จำเลยที่ ๒ ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ อีกด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าเงินตามฟ้องข้อ ก. ๕,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาทกับ ๒๔,๑๕๔.๕๐ บาท และตามฟ้องข้อ ง. เงิน ๑๑๕,๐๐๐ บาท นั้น จำเลยที่ ๒ มิได้รับตัวเงินไว้ เป็นแต่รับหลักฐานเป็นหนังสือซึ่งเป็นการเบิกหักผลักส่ง โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงิน โดยมิได้ลงบัญชีเงินสดและมิได้จัดการนำส่งฝากธนาคาร ดังนั้น เงินตามฟ้องข้อ ก. และข้อ ข. รายที่จำเลยมิได้รับเป็นตัวเงิน จึงมิใช่เป็นการยักยอกเงิน ส่วนเงิน ๒๗,๙๕๐ บาทนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเป็นการส่งใช้เงินที่ได้ยืมไป โจทก์ฟ้องจำเลยโดยยังมิได้มีการคิดบัญชีให้เห็นแน่นอนว่า ถ้าคิดหักกันแล้ว ไม่มีเงินของจำเลยเกี่ยวค้างอยู่ คดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยยักยอก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2502 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายกัน ทองซิว ที่ 1 นายการุณ ดิษรัฐกิจ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายกัน ทองซิว ที่ 1 นายการุณ ดิษรัฐกิจ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · ดุลยการณ์โกวิท · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสอาด สุจริตพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประสาสน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา