คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าเอาทรัพย์สินที่เช่าไปให้เช่าช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า ถือเป็นการผิดสัญญาเช่า ผู้ให้เช่าจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าและเรียกให้ผู้เช่าส่งมอบทรัพย์สินคืนได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อฟ้องของโจทก์ข้อ 3 บรรยายว่า "บัดนี้โจทก์ทราบว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาเช่า โดยเอาตึกที่เช่านี้บางส่วนไปให้เช่าช่วง โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์จึงไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป โจทก์ได้มีหนังสือบอกเลิกการเช่าไปยังจำเลยดังสำเนาท้ายคำฟ้อง จำเลยรับทราบแล้วไม่ปฏิบัติตาม โจทก์จึงจำต้องมาขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง" ดังนี้ เห็นได้ว่า โจทก์ยกเหตุเช่าช่วงเป็นข้ออ้างขอให้ศาลขับไล่ หาได้ยกเหตุอื่นใด (สิทธิบอกเลิกการเช่าอย่างสัญญาเช่าธรรมดา) เป็นข้ออ้างไม่ ข้อวินิจฉัยของศาลล่างที่นอกเหนือจากประเด็นเช่าช่วง จึงเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องนอกประเด็น.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทโดยไม่มีกำหนดเวลาเช่าเดือนละ ๕๕ บาท ดังสำเนาหนังสือสัญญาเช่าท้ายคำฟ้อง จำเลยประพฤติผิดสัญญา โดยเอาตึกพิพาทไปให้เช่าช่วง โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์จึงไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป โจทก์ได้มีหนังสือบอกเลิกการเช่าไปยังจำเลยดังสำเนาท้ายคำฟ้อง จำเลยรับทราบแล้วไม่ปฏิบัติตาม จึงขอให้ศาลบังคับขับไล่จำเลยและบริวาร ฯลฯ
จำเลยรับว่าเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา แต่จำเลยไม่เคยประพฤติผิดสัญญาให้เช่าช่วง จำเลยไม่เคยค้างค่าเช่า โจทก์มิได้บอกกล่าวเลิกการเช่ากับจำเลยก่อนฟ้อง อำนาจฟ้องของจำเลยยังไม่เกิดขึ้น ฯลฯ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า (๑) โจทก์มีอำนาจฟ้องตามหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์อ้าง ฯลฯ (๓) โจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยเอาตึกแถวรายนี้ไปให้เช่าช่วง (๔) โจทก์ได้บอกกล่าวการเลิกการเช่าแก่จำเลยแล้ว (๕) จำเลยไม่ได้ค้างค่าเช่าดังโจทก์ฟ้อง พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร ฯลฯ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์แปลฟ้องในข้อ ๓ ว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะให้เช่าไม่ว่าผู้เช่าจะประพฤติผิดสัญญาหรือไม่ก็ตาม ฉะนั้น แม้จะฟังไม่ได้ว่าจำเลยให้เช่าช่วง โจทก์ก็มีสิทธิบอกเลิกการเช่าอย่างสัญญาเช่าธรรมดา พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม ป.ว.แพ่ง มาตรา ๑๗๒ คำฟ้องต้องแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ ฯลฯ ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ข้อ ๓ ที่ว่า "บัดนี้ โจทก์ทราบว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาเช่า โดยเอาตึกที่เช่านี้บางส่วนไปให้เช่าช่วง โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์จึงไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป โจทก์ได้มีหนังสือบอกเลิกการเช่าไปยังจำเลยดังสำเนาท้ายคำฟ้อง จำเลยรับทราบแล้วไม่ปฏิบัติตาม โจทก์จึงจำต้องมาขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง" นั้น เห็นได้ชัดว่า โจทก์ยกเหตุเช่าช่วงเป็นข้ออ้างขอให้ศาลขับไล่ หาได้ยกเหตุอื่นใดเป็นข้ออ้างไม่ ศาลทั้งสองพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารเป็นการวินิจฉัยฟ้องนอกประเด็น ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องของโจทก์เสีย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17/2502
พระวรวงษ์เธอพระองค์เจ้าศิริรัตน์บุษบง ที่ 1 ฯลฯ
โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุมภฎพงษ์บริพัตร (กรมหมื่นนครสวรรค์
ศักดิ์พินิต) ผู้รับมอบอำนาจ
และโดยนายสนอง ตู้จินดา ผู้รับมอบอำนาจช่วง.
นายซิวโปหรือซิวปอ แซ่โง้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ฯลฯ - พระวรวงษ์เธอพระองค์เจ้าศิริรัตน์บุษบง ที่ 1 · (กรมหมื่นนครสวรรค์ - โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุมภฎพงษ์บริพัตร · ผู้รับมอบอำนาจ - ศักดิ์พินิต) · ผู้รับมอบอำนาจช่วง. - และโดยนายสนอง ตู้จินดา · จำเลย - นายซิวโปหรือซิวปอ แซ่โง้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · สารรักษ์ประนาท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ - นายอาทิตย์ อิศรางกูล ณ อยุธยา · ศาลอุทธรณ์ - นายห้วน ประชาบาล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา