⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 695/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คำฟ้องไม่ระบุคำว่า "โดยทุจริต" ไว้ในข้อหาฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ในหน้าที่ ไม่ทำให้ฟ้องไม่สมบูรณ์ หากได้บรรยายการกระทำที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดมาในฟ้องครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยในข้อหาฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ในหน้าที่ เพียงแต่การที่โจทก์มิได้ระบุคำว่า "โดยทุจริต" ไว้ในคำฟ้อง หาทำให้กลายเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ เสมอไปไม่เพราะถ้าโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่า จำเลยได้กระทำผิดมาในฟ้องประกอบด้วยข้อความอื่น ๆ ที่กฎหมายต้องการแล้ว ฟ้องนั้นก็สมบูรณ์ เรื่องนี้โจทก์บรรยายในฟ้องไว้ด้วยว่า จำเลยกระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองอยู่แล้ว โดยเฉพาะประโยคที่กล่าวอ้างในฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจเบียดบังเงินของทางราชการ ฯลฯ ไป ย่อมแสดงให้เห็นชัดถึงลักษณะของการกระทำโดยทุจริตของจำเลยแล้ว เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2502)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.147

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๑๔๗ จำเลยรับชั้นสอบสวน ลดโทษให้ ๑ ปี ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๕ ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินที่จำเลยยักยอกไป ๘๑,๑๗๑.๔๔ บาท แก่ทางราชการด้วย จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งจำเลยต่อสู้มาทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์บรรยายองค์ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ในหน้าที่ ไม่ครบถ้วน เพราะไม่ได้บรรยายคำว่า "โดยทุจริต" หรือข้อความอันแสดงความหมายถึงการกระทำที่แสดงว่าเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับคนเองหรือผู้อื่นลงในคำฟ้อง เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ พิจารณาตามข้อความในตัวบทมาตรา ๑๔๗ และ ๑(๑) แห่งประมวลกฎหมายอาญาแล้ว เห็นว่าเพียงแต่การที่โจทก์มิได้ระบุคำว่า "โดยทุจริต" ไว้ในคำฟ้องนั้น หาใช่จะทำให้ฟ้องกลายเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์เสมอไปไม่ เพราะตามหลักแห่งการบรรยายฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕๘ นั้น ถ้าโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่า จำเลยได้กระทำผิดมาในฟ้องประกอบด้วยข้อความอื่น ๆ ที่กฎหมาย ต้องการแล้ว ฟ้องนั้นก็ย่อมสมบูรณ์ได้ คำฟ้องในคดีนี้เมื่ออ่านโดยตลอดแล้ว เห็นได้ว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องรวมตลอดถึงการที่กล่าวอ้างว่า จำเลยกระทำกระโดยทุจริต หรืออีกนัยหนึ่ง จำเลยกระทำการเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง อยู่แล้ว โดยเฉพาะประโยคที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจเบียดบังเงินของทางราชการ ฯลฯ ไป ก็แสดงให้เห็นชัดถึงลักษณะของการกระทำโดยทุจริตของจำเลย ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2502 อัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นายสิบตำรวจตรีสิงห์โต อารีรอบ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายสิบตำรวจตรีสิงห์โต อารีรอบ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญญา ธรรมศักดิ์ · สารรักษ์ประนาท · วุฒินัยเนติศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายอินทร์ อุดล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงศิริศาสตร์ประสิทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1092/2505ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1172/2511ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 605/2511ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา