คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 864/2502
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การกระทำที่มุ่งต่อผลแต่ไม่บรรลุผลเพราะเหตุปัจจัยอื่น ถือเป็นความผิดฐานพยายามกระทำความผิดนั้น
* ศาลสามารถลงโทษจำเลยในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดได้ แม้โจทก์มิได้อ้างบทมาตราที่บัญญัติถึงการร่วมกระทำความผิดไว้ในฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยยิงปืนตรงไปทางผู้เสียหายแต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหาย เพราะผู้เสียหายหลบเสียก่อนนั้น เป็นการกระทำไปตลอดแล้ว หากแต่ไม่บรรลุผลตามที่จำเลยเจตนาเท่านั้น กระกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าคน
โจทก์ได้บรรยายในฟ้องว่า ได้มีการสมคบกันกระทำผิด แม้โจทก์จะไม่ได้อ้างบทมาตราที่บัญญัติถึงการร่วมกระทำความผิดศาลก็รับฟังลงโทษจำเลยในฐานสมคบกันกระทำความผิดนั้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันฉุดคร่าอนาจาร และจำเลยที่ ๑ ข่มขืนกระทำชำเรานางสาวแหวนและทั้งจำเลยที่ ๑ ยังพยายามฆ่านายเพื้อนที่เข้าช่วยเหลืองนางสาวแหวนอีกด้วย พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๘๔, ๒๘๘ และ ๘๐ แต่ให้ลงโทษตาม มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๑๐ ปี จำเลยที่ ๒ ผิดตาม มาตรา ๒๘๔ จำคุก ๒ ปี จำเลยที่ ๑ อายุเพียง ๒๐ ปี จำเลยที่ ๒ อายุเพียง ๑๗ ปี ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตาม มาตรา๗๖ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๕ ปี จำเลยที่ ๒ เหลือ ๒ ปี มีดของกลางให้ริบ
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๒๑๘ คงเหลือ เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายในฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่า การกระทำของจำเลยตามข้อเท็จจริงยังปรับไม่ได้ว่าเป็นผิดฐานพยายามประการหนึ่ง กับอีกประการหนึ่งในข้อสมคบ คำขอท้ายฟ้องของโจทก์มิได้ขอมา แสดงให้เห็นว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะขอให้ลงโทษฐานสมคบ
ในข้อที่ว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าคนหรือไม่นั้น ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้วว่าจำเลยที่ ๑ จ้องปืนไปทางนายเพื้อน ๆ หลบ ปืนก็ลั่น
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยยิงปืนตรงไปทางนางเพื้อน แต่กระสุนปืนไม่ถูกนายเพื้อน เป็นเพราะนายเพื้อนหลบเสียก่อนนั้น ความผิดของจำเลยเป็นการกระทำไปตลอดแล้ว หากแต่ไม่บรรลุผลตามที่จำเลยเจตนาเท่านั้น การกระทำของจำเลยดังกล่าวนี้จึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าคน
ส่วนฎีกาของจำเลยที่กล่าวในข้อสมคบว่า โจทก์มิได้ขอมาท้ายฟ้องนั้น ข้อนี้ ถ้าจำเลยหมายความว่า โจทก์มิได้อ้างบทมาตรา ว่าด้วยการร่วมกระทำผิดไว้ท้ายฟ้อง จะลงโทษจำเลยไม่ได้นั้น ข้อนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า หามีความจำเป็นดังที่เข้าใจไม่ เพราะโจทก์ได้บรรยายในฟ้องแล้วว่า ได้มีการสมคบกันกระทำผิด แม้โจทก์จะไม่ได้อ้างบทมาตราที่บัญญัติถึงการร่วมกระทำความผิดว่า มีอย่างไรก็ตาม ศาลก็รับฟังลงโทษจำเลยได้
ศาลฎีกาพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 864/2502
อัยการจังหวัดสมุทรสงคราม โจทก์
นายยนต์ คงชีพ ที่ 1 นายชุม อินทรยงค์ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดสมุทรสงคราม · จำเลย - นายยนต์ คงชีพ ที่ 1 นายชุม อินทรยงค์ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เชื้อ คงคากุล · มนูภันย์วิมลสาร · สุทธิมนต์นฤนาท |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายจำรูญ แย้งงามเหลือ · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตติ ติงศภัทิย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา