⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6047/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6047/2550

ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ สมควรกำหนดโทษจำเลยให้น้อยลงตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ไปรับเมทแอมเฟตามีน 4,000 เม็ด จาก ส. ที่ห้างสรรพสินค้า โดยจำเลยที่ 2 ได้แบ่งเมทแอมเฟตามีนมาให้จำเลยที่ 1 จำนวน 400 เม็ด เพื่อส่งมอบให้แก่ พ. และพาเจ้าพนักงานตำรวจไปจับกุมจำเลยที่ 2 ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางอีก 3,600 เม็ด นับเป็นการให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 100/2 สมควรกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ให้น้อยลง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.53 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.102

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละตลอดชีวิต และปรับคนละ 1,200,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 33 ปี 4 เดือน และปรับ 800,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 25 ปี และปรับ 600,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบเมทแอมเฟตามีนที่เหลือจากการตรวจวิเคราะห์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง พันตำรวจตรีสมศักดิ์ ศรีรุ่งนภาพร กับพวกจับกุมจำเลยที่ 1 ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 400 เม็ด จำเลยที่ 1 ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 และพาพันตำรวจตรีสมศักดิ์กับพวกไปจับกุมจำเลยที่ 2 ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนอีก 3,600 เม็ด ภายในบ้านจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพว่ามีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คดีสำหรับจำเลยที่ 2 เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 2 หรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจตรีสมศักดิ์และจ่าสิบตำรวจสุจิน กระเช้าเพ็ชร ผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสองเบิกความเป็นพยานทำนองเดียวกันว่า เช้ามืดของวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ไปรับเมทแอมเฟตามีน 4,000 เม็ด จากนายสมบัติหรือบัติที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาบางใหญ่ โดยจำเลยที่ 2 ได้แบ่งเมทแอมเฟตามีนให้จำเลยที่ 1 จำนวน 400 เม็ด เพื่อส่งมอบให้แก่นายสัมพันธ์ ส่วนเมทแอมเฟตามีนที่เหลือจำเลยที่ 2 นำไปเก็บไว้ที่หมู่บ้านพรพิมาย จังหวัดปทุมธานี พันตำรวจตรีสมศักดิ์สอบถามที่อยู่จากจำเลยที่ 1 แล้วแจ้งเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอธัญบุรีเพื่อให้ขอหมายค้นเพื่อทำการตรวจค้นบ้านดังกล่าว และให้จำเลยที่ 1 พาไป พบจำเลยที่ 2 อยู่ในบ้านดังกล่าว ชั้นจับกุมพันตำรวจตรีสมศักดิ์แจ้งข้อหาแก่จำเลยทั้งสองว่าร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ตามบันทึกการตรวจค้นจับกุมและโจทก์มีพันตำรวจโทสุรสิทธิ์ โสตะวงศ์ พนักงานสอบสวนเบิกความสนับสนุนว่า ชั้นสอบสวนพยานได้แจ้งข้อหาเช่นเดียวกับชั้นจับกุม จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา เห็นว่า พยานโจทก์จับกุมจำเลยที่ 1 ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 400 เม็ด และจำเลยที่ 1 พาไปจับกุมจำเลยที่ 2 ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนอีก 3,600 เม็ด ทั้งชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จำเลยที่ 1 ได้ให้การรับสารภาพ ซึ่งคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหามีรายละเอียดเกี่ยวกับการกระทำความผิดเป็นขั้นเป็นตอน หากมิใช่เรื่องจริงก็ยากที่พนักงานสอบสวนจะปั้นแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อปรักปรำจำเลยที่ 1 ได้ เชื่อว่าจำเลยที่ 1 ให้การด้วยความสมัครใจโดยมิได้มีผู้ใดบังคับขู่เข็ญ ทั้งไม่ปรากฏว่าพยานโจทก์เคยรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1 มาก่อน จึงไม่มีเหตุที่จะทำให้ระแวงสงสัยว่าจะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาจึงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 2 ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า รายงานการตรวจวิเคราะห์เอกสารทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งจัดทำโดยผู้ทำการตรวจวิเคราะห์คนเดียวกัน มีความแตกต่างกันเกี่ยวกับเรื่องสีของเมทแอมเฟตามีนของกลางในรายการที่ 2 จึงมีความสงสัยว่าของกลางที่พนักงานสอบสวนส่งไปตรวจวิเคราะห์เพื่อทราบว่าเป็นเมทแอมเฟตามีนหรือไม่นั้นเป็นจำนวนเดียวกันกับวัตถุของกลางที่เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมยึดมาได้จากจำเลยที่ 1 หรือไม่ หากเป็นคนละจำนวนก็ไม่อาจนำผลการวิเคราะห์มาใช้ยันจำเลยที่ 1 ว่า วัตถุที่เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมยึดมาได้จากจำเลยที่ 1 เป็นเมทแอมเฟตามีนนั้น เห็นว่า ในขณะที่โจทก์นำนายอดิศักดิ์ หมันหลิน ผู้ทำการตรวจวิเคราะห์มาเบิกความเป็นพยาน จำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้ถามค้านเกี่ยวกับเรื่องความแตกต่างของเอกสารรายงานการตรวจวิเคราะห์ดังกล่าว และจำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้นำสืบหักล้างเอกสารดังกล่าวแต่อย่างใด อีกทั้งตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2546 จำเลยที่ 1 แถลงยอมรับว่านายอดิศักดิ์เป็นผู้ตรวจพิสูจน์เมทแอมเฟตามีนของกลาง และทำรายงานการตรวจวิเคราะห์จริง ข้อแตกต่างของเอกสารดังกล่าว จำเลยที่ 1 เพิ่งจะมายกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ในชั้นอุทธรณ์ และมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายิวธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และเมื่อจำเลยที่ 1 ยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นอ้างในชั้นฎีกาด้วย จึงไม่ใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2527 ในขณะถูกจับกุมจำเลยที่ 1 มีอายุเพียง 18 ปีเศษ มีเหตุสมควรที่จะได้รับการลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 อายุ 18 ปีเศษ มีความรู้สึกผิดชอบแล้ว ประกอบกับเมทแอมเฟตามีนของกลางมีมากถึง 4,000 เม็ด พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 นับว่าเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมและประเทศชาติ จึงไม่สมควรลดมาตราส่วนโทษให้ ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 และพาเจ้าพนักงานตำรวจไปจับกุมจำเลยที่ 2 ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางอีกจำนวนหนึ่ง อันเป็นการให้ข้อมูลสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 นั้น เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ยอมรับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ไปรับเมทแอมเฟตามีน 4,000 เม็ด จากนายสมบัติหรือบัติที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาบางใหญ่ โดยจำเลยที่ 2 ได้แบ่งเมทแอมเฟตามีนมาให้จำเลยที่ 1 จำนวน 400 เม็ด เพื่อส่งมอบให้แก่นายสัมพันธ์และพาเจ้าพนักงานตำรวจไปจับกุมจำเลยที่ 2 ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางอีก 3,600 เม็ด นับเป็นการให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 สมควรกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ให้น้อยลง ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 18 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 12 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6047/2550 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นางสาวอริศราหรือออย หุ่นกระโทก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นางสาวอริศราหรือออย หุ่นกระโทก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศุภชัย สมเจริญ · ศิริชัย จิระบุญศรี · ณรงค์ ธนะปกรณ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9647/2557ฎีกา 2409/2551ฎีกา 4180/2548ฎีกา 861/2521ฎีกา 7988/2551ฎีกา 6355/2544ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 628/2493ฎีกา 647/2563ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 239/2484ฎีกา 8444/2538ฎีกา 5806/2534ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ