⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1037/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สารวัตรกำนันมีหน้าที่ช่วยกำนันในการจับกุมผู้กระทำผิดโดยไม่ต้องรอคำสั่งหรือการอยู่ต่อหน้าของกำนัน การต่อสู้ขัดขวางหรือทำร้ายสารวัตรกำนันในการปฏิบัติหน้าที่จับกุมและควบคุมผู้ต้องหา ถือเป็นการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

สารวัตกำนันเป็นผู้ช่วยกำนัน เมื่อกำนันมีหน้าที่และอำนาจจับกุมผู้กระทำผิด สารวัตรกำนันก็ย่อมช่วยกำนันทำการจับกุมผู้กระทำผิดนี้ ไม่จำเป็นจะต้องให้กำนันเรียกร้องให้ช่วยหรือต้องมีตัวกำนันอยู่ด้วย เพราะกฎหมายให้มีหน้าที่ช่วยกำนันอยู่ในตัวเป็นปกติแล้ว เมื่อจำเลยต่อสู้และทำร้ายสารวัตรกำนันในการจับกุมจำเลยและควบคุมจำเลยส่งพนักงานสอบสวน ย่อมได้ชื่อว่าจำเลยต่อสู้ผู้ต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติตามหน้าที่ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138 และทำร้ายผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานตาม มาตรา 289 อันเป็นความผิดตามมาตรา 296

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.138 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.296 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.35 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.44

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายสุวิรัตน์ สารวัตรกำนันซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายได้ทำการจับกุมจำเลยในข้อหาทำร้ายร่างกายนายดีและนายอุ่นเรือน ควบคุมตัวจำเลยเพื่อส่งพนักงานสอบสวนจำเลยได้ต่อสู้ขัดขวางนายสุวิรัตน์โดยใช้กำลังทำร้ายนายสุวิรัตน์ มีบาดแผลบาดเจ็บเพื่อจะหลบหนี ให้พ้นจากการจับกุม ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๒๙๖ จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตำแหน่งสารวัตรกำนันไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมาย เพราะเป็นเพียงผู้ช่วยและรับใช้สอยกำนันตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๔๔ เท่านั้น จะถือว่า มีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดเช่นเดียวกับผู้ใหญ่บ้านและกำนัน ไม่ได้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม มาตรา ๑๓๘, ๒๙๖ คงมีความผิดตาม มาตรา ๒๙๕ พิพากษาลงโทษตามมาตรา ๒๙๕ จำเลยรับลดกึ่งแล้ว จำคุก ๒ เดือน ปรับ ๑๕๐ บาท โทษจำรอไว้ ๓ ปี โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๒๙๖ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๔๔ และ ๓๕ สารวัตรกำนันย่อมมีอำนาจช่วยจับผู้ทำผิดหรือมีเหตุสงสัยว่าทำผิดได้ สารวัตรกำนันจึงเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย พิพากษาแก้ตามศาลชั้นต้นว่า จำเลยผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๒๙๖, แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๖ ซึ่งเป็นบทหนัก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาว่า การกระทำของนายสุวิรัตน์ มิใช่เป็นการกระทำของเจ้าพนักงานและนายสุวิรัตน์มิใช่เจ้าพนักงาน ศาลฎีกาพิจารณาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๒๙๖ , ๒๘๙ ประกอบกับพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๓๕ ข้อ (๓) , ๔๔ แล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๔๔ ให้ สารวัตกำนันเป็นผู้ช่วยกำนัน เมื่อกำนันมีหน้าที่และอำนาจจับกุมผู้กระทำผิด สารวัตรกำนันก็ย่อมช่วยกำนันทำการจับกุมผู้กระทำผิดนี้ ไม่จำเป็นจะต้องให้กำนันเรียกร้องให้ช่วยหรือต้องมีตัวกำนันอยู่ด้วย เพราะกฎหมายให้มีหน้าที่ช่วยกำนันอยู่ในตัวเป็นปกติแล้ว ฉะนั้น เมื่อจำเลยต่อสู้และทำร้ายสารวัตรกำนันในการจับกุมจำเลยและควบคุมจำเลยส่งพนักงานสอบสวน ย่อมได้ชื่อว่าจำเลยต่อสู้ผู้ต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติตามหน้าที่ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘ และทำร้ายผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานตาม มาตรา ๒๘๙ อันเป็นความผิดตามมาตรา ๒๙๖ ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2503 พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ นายจู ซ่ามย่อง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน · จำเลย - นายจู ซ่ามย่อง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · เจริญ ฤทธิศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - นายบุศย์ ขันธวิทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6083/2546ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1597/2532ฎีกา 187/2507ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1161/2508ฎีกา 95/2532ฎีกา 1672/2569ฎีกา 92/2479ฎีกา 619/2513ฎีกา 1906/2520ฎีกา 2217/2556ฎีกา 1162/2508ฎีกา 8198/2550ฎีกา 2681/2527ฎีกา 2207/2532ฎีกา 988/2568ฎีกา 414/2529ฎีกา 6675/2531ฎีกา 698/2483ฎีกา 1082/2507ฎีกา 589/2532ฎีกา 76/2466
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา