⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1363/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเก็บเอาทรัพย์สินหายไปโดยรู้หรือควรรู้ว่าเจ้าของกำลังติดตามหรือจะติดตามเพื่อเอาคืน ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ แต่หากไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันควรรู้ ถือเป็นความผิดฐานยักยอก

ย่อคำพิพากษา

ทรัพย์สินหายเป็นเรื่องที่ทรัพย์หลุดพ้น ไปจากความยึดถือของเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยมิได้ตั้งใจ ไม่ใช่เรื่องสละการครอบครอง ผู้ใดเก็บเอาทรัพย์นั้นไป จะเป็นลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์สินหาย ต้องพิจารณาตามพฤติการณ์เป็นราย ๆ ไป คือ ถ้าเก็บเอาไปโดยรู้หรือควรรู้ว่าทรัพย์นั้นเจ้าของกำลังติดตามหรือจะติดตามเพื่อเอาคืนเป็นลักทรัพย์ ถ้าไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันควรรู้เป็นยักยอก ทรัพย์สินหาย รถทหารคว่ำทำให้ปืนทหารตกน้ำ 1 กระบอก ทหารงมหา 2 ครั้งไม่พบ จึงไปแจ้งความที่อำเภอ ต่อมาค่ำวันเดียวกันนั้นเอง จำเลยไปจมเอาปืนนั้นมาขายเสียแสดงว่าจำเลยรู้หรือควรรู้ว่ารถทหารคว่ำปืนจมน้ำอยู่ แล้วถือโอกาสตอนปลอดผู้คนไปงมเอาปืนที่อยู่ในระหว่างเจ้าของกำลังติดตามเพื่อเอาคืน จึงผิดฐานลักทรัพย์ (ประชมใหญ่ครั้งที่ 25/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักปืนเล็กส์ ๑ กระบอก ของกองทัพบกซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ จำเลยให้การปฏิเสธ ทางพิจารณาได้ความว่า วันเกิดเหตุร้อยโทวิเชียรโชติทำทหารไปฝึกยิงปืนที่สระบุรี รถคว่ำปืนตกน้ำ ๑ กระบอก ทหารงมหาไม่พบ จึงให้ทหารคนหนึ่งเฝ้าไว้แล้วไปฝึกยิงปืนตอนบ่ายกลับมางมหาอีกก็ไม่พบ จึงไปแจ้งความที่อำเภอวังน้อยแล้วทำทหารกลับกรุงเทพฯ ต่อมาตอนหัวค่ำวันนั้นเอง จำเลยไปเก็บเอาปืนนั้นมาแล้วเอาไปขายเสีย ดังนี้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าระยะเวลาที่จำเลยเก็บไปกระชั้นชิดกับเวลาที่ทหารงมหาปืนครั้งหลังไม่พบ น่าเชื่อว่าจำเลยรู้เรื่องรถทหารคว่ำแล้วถือโอกาสมางมเอาปืนตอนปลอดผู้คนภายหลังที่ทหารไปแจ้งความเพียงเล็กน้อย จะถือว่าเป็นของหายไม่ได้ จำเลยจึงผิดฐานลักทรัพย์ พิพากษาจำคุก ๔ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ และให้คืนหรือใช้ราคาปืนด้วย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อทหารงมหาปืนไม่พบจนเลิกหาและถอนทหารกลับไปหมดแล้วนั้น แสดงว่าทางทหารสละการครอบครองโดยถือว่าเป็นของหายแต่เวลานั้นแล้ว ถ้าจำเลยผิดก็ควรผิดฐานยักยอกทรัพย์สินหายตามมาตรา ๓๕๒ วรรค ๒ ข้อเท็จจริงจึงต่างกับฟ้องในข้อสารสำคัญตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรค ๒ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า กรณีของตกหายเป็นเรื่องที่ทรัพย์สินหายเป็นเรื่องที่ทรัพย์หลุดพ้น ไปจากความยึดถือของเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยมิได้ตั้งใจ ไม่ใช่เรื่องสละการครอบครอง ผู้ใดเก็บเอาทรัพย์นั้นไป จะเป็นลักทรัพย์หรือยักยอกทรัพย์สินหาย ต้องพิจารณาตามพฤติการณ์เป็นราย ๆ ไป คือ ถ้าเก็บเอาไปโดยรู้หรือควรรู้ว่าทรัพย์นั้นเจ้าของกำลังติดตามหรือจะติดตามเพื่อเอาคืนเป็นลักทรัพย์ ถ้าไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันควรรู้เป็นยักยอก ทรัพย์สินหาย รถทหารคว่ำทำให้ปืนทหารตกน้ำ ๑ กระบอก ทหารงมหา ๒ ครั้งไม่พบ จึงไปแจ้งความที่อำเภอ ต่อมาค่ำวันเดียวกันนั้นเอง จำเลยไปจมเอาปืนนั้นมาขายเสียแสดงว่าจำเลยรู้หรือควรรู้ว่ารถทหารคว่ำปืนจมน้ำอยู่ แล้วถือโอกาสตอนปลอดผู้คนไปงมเอาปืนที่อยู่ในระหว่างเจ้าของกำลังติดตามเพื่อเอาคืนแล้วเอาไปขายเช่นนี้ จำเลยต้องผิดฐานลักทรัพย์ แต่เห็นสมควรลดโทษให้จำเลย ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ เพราะคำให้การจำเลยชั้นสอบสวนมีประโยชน์แก่การพิจารณา จึงพิพากษากลับให้จำคุกจำเลย ๒ ปี ๘ เดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2503 อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายวิง ยงยุทธ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายวิง ยงยุทธ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสุวัฒน์ รัตนสาร · ศาลอุทธรณ์ - นายอินทร์ อุดล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 1331/2479ฎีกา 7100/2538ฎีกา 268/2468ฎีกา 1057/2514ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1908/2528ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2975/2529ฎีกา 2597/2516ฎีกา 1140/2507ฎีกา 273/2507ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 979/2501ฎีกา 1368/2509ฎีกา 444/2537ฎีกา 3245/2545ฎีกา 1957/2515ฎีกา 18654/2555ฎีกา 3388/2526ฎีกา 16889/2555ฎีกา 2845/2543ฎีกา 3595/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา