คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานของรัฐที่รับเงินเดือนประจำจากงบประมาณแผ่นดิน แม้จะได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งอื่นอีกตำแหน่งหนึ่ง ก็ยังคงมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ และหากกระทำการทุจริตยักยอกเงินที่ได้รับไว้ตามหน้าที่ ย่อมมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานทุจริต
ย่อคำพิพากษา
ข้าราชการพลเรือนตำแหน่งครูประชาบาลรับเงินเดือนประจำทางงบประมาณประเภทเงินเดือนของกระทรวงศึกษาธิการ แม้นายอำเภอและศึกษาธิการอำเภอ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาจะได้มีคำสั่งให้ไปทำงานในตำแหน่งเสมียนแผนกศึกษาธิการอำเภออีกตำแหน่งหนึ่งก็ตาย ก็ยังมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ฉะนั้น เมื่อปฏิบัติราชการโดยทุจริตยักยอกเงินที่ได้รับไว้ตามหน้าที่จึงย่อมมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานทุจริต
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.151 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2491 ม.4 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2491 ม.5 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 ม.23 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนตำแหน่งครูโรงเรียนประชาบาลและทำหน้าที่เสมียนแผนกศึกษาธิการอำเภออีกตำแหน่งหนึ่งตามคำสั่งของศึกษาธิการอำเภอและนายอำเภอ ได้บังอาจทุจริตต่อหน้าที่ราชการ เบียดบังยักยอกเงินของทางราชการเอาไปเป็นของจำเลยเสีย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตราผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗, ๑๕๑ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๓ ปีและให้จำเลยใช้เงิน ๔,๔๐๒ บาท๕๐ บาทสตางค์ แก่แผนกศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานีด้วย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นข้าราชการครูประชาบาลรับเงินเดือนประจำทางงบประมาณประเภทเงินเดือนของกระทรวงศึกษาธิการ จำเลยก็ย่อมมีฐานะเป็นข้าราชการพลเรือนประจำการตาม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๙๑ มาตรา ๔ และ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พงศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๒๓ (๖) จำเลยอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของศึกษาธิการ กับนายอำเภอตามลำดับ แม้ในปี พ.ศ. ๒๔๙๒ นายอำเภอและศึกษาธิการอำเภอจะได้มีคำสั่งให้จำเลยมาทำงานในตำแหน่งเสมียนแผนกศึกษาธิการอำเภออีกตำแหน่งหนึ่งก็ตาม ก็เป็นไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยชอบ ฉะนั้น เมื่อจำเลยมีหน้าที่รับเงินต่าง ๆ เก็บรักษาและนำส่งเงินลงบัญชีตลอดจนเก็บรักษาเอกสารทางการเงินต่าง ๆ ของแผนกศึกษาธิการอำเภอลาดหลุมแก้ว ตามคำสั่ง แต่กลับปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริตยักยอกเงินที่ได้รับไว้ตามหน้าที่ การกระทำของจำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานทุจริตผิดกฎหมาย
พิพากษา ให้ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2503
อัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์
นางสิงขรณ์ การะเกษ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดปทุมธานี · จำเลย - นางสิงขรณ์ การะเกษ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เชื้อ คงคากุล · สัญญาธรรมศักดิ์ · พิบูลย์ไอศวรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายบัญญัติ สุธารมณ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิชัยนิตินาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา