⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 898/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ที่เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยเบียดบังเอาเงินไปคราวเดียวทั้งหมดเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 เพียงกรรมเดียวให้จำคุก 5 ปี เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่เพียงว่า การที่จำเลยได้เบียดบังเอาเงินไปแต่ละงวดเป็นความผิดงวดละกรรมรวม 13 กรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และยังคงลงโทษจำเลยกระทงละไม่เกิน 5 ปีนั้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1997/2521)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.147

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับราชการเป็นตำรวจ มีหน้าที่เป็นกรรมการตรวจรับส่งเงินรายได้ของแผ่นดิน ฯลฯ จำเลยได้รับคำสั่งให้หักเงินเดือนของตำรวจอื่นแล้วจัดการเก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยของทางราชการ เพื่อส่งเป็นรายได้แผ่นดิน แต่จำเลยได้เบียดบังเอาเงินดังกล่าวรวม ๑๓ งวด ไปเป็นประโยชน์ของจำเลยหรือผู้อื่นโดยทุจริต อันเป็นการปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเหตุให้ราชการกรมตำรวจและผู้อื่นได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๑๔๗, ๑๕๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ ไม่ได้ จำเลยเบียดบังเอาเงินไปคราวเดียวทั้งหมดเป็นความผิดกรรมเดียว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๗ จำคุก ๕ ปี ข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ ด้วย และว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมมิใช่กรรมเดียว จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ แต่การที่จำเลยได้เบียดบังเอาเงินไปแต่ละงวดเป็นความผิดงวดละกรรม หาใช่ผิดกรรมเดียวไม่ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยผิด ๑๓ กรรม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำคุกกระทงละ ๕ ปี รวมจำคุก ๖๕ ปี จำเลยฎีกาว่ามิได้มีเจตนากระทำความผิด ขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยเป็นเรื่องที่ขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเจตนากระทำความผิดหรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่เพียงว่าการที่จำเลยได้เบียดบังเอาเงินไปแต่ละงวดเป็นความผิดงวดละกรรม หาใช่ผิดกรรมเดียวไม่ ให้ลงโทษในความผิด ๑๓ กรรมเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและยังคงลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน ๕ ปีจำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๙๙๗/๒๕๒๑ พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายวาฮับ ใจธรรม จำเลย พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2525 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายดาบตำรวจคมกริช ไทยเขียว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายดาบตำรวจคมกริช ไทยเขียว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เริ่ม ธรรมดุษฎี · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · อำนวย อินทุภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายวีระชัย สูตรสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายวุฒิ ยุววิทยาพานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 1588/2479ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1092/2505ฎีกา 10648/2554ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1172/2511ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 605/2511ฎีกา 6416/2541ฎีกา 2963/2535ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา