⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 287/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยมิได้ยกข้อต่อสู้ว่าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์มอบคดีโดยชอบด้วยกฎหมายขึ้นเป็นประเด็นในชั้นพิจารณา ศาลจะรับฟังข้อต่อสู้นี้ในชั้นอุทธรณ์มิได้

ย่อคำพิพากษา

ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ด้วยว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์มอบคดีแล้ว แต่จำเลยก็มิได้ยกข้อต่อสู้ว่า ผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์มอบคดีโดยชอบด้วยกฎหมายให้เป็นประเด็นขึ้นมา โจทก์จึงไม่มีข้อที่จะต้องนำสืบในข้อนี้ว่า ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์และเจ้าพนักงานได้บันทึกรับแจ้งความไว้ว่าอย่างไร จำเลยเพิ่งมายกเป็นข้อต่อสู้ขึ้นในชั้นอุทธรณ์หาชอบด้วยกระบวนพิจารณาไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.121 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.123 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.124 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันทำร้ายร่างกาย พยายามฆ่าและหน่วงเหนี่ยวกักขังนายทอด และกล่าวในฟ้องด้วยว่าความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์มอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ป้องกันตัว จำเลยที่ ๓ ต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่๑-๒ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ และ ๓๑๐ วรรคแรก ให้จำคุกกระทงละ ๖ เดือน รวมเป็นจำคุกคนละ ๑ ปีให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ - ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ - ๒ ฎีกาข้อกฎหมายว่า คำร้องทุกข์ของผู้เสียหายกินความไม่ถึงความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง เป็นคำร้องทุกข์ที่ไม่ชอบ เพราะไม่ได้ทำเป็นหนังสือ กับว่า ศาลลงโทษจำเลยฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังเกินจากพยานหลักฐานในสำนวน ขอให้ยกฟ้องเฉพาะความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังตามมาตรา ๓๑๐ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องแล้วว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์มอบคดีแล้ว แต่จำเลยก็มิได้ยกข้อต่อสู้ว่า ผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์มอบคดีโดยชอบด้วยกฎหมายให้เป็นประเด็นขึ้นมา โจทก์จึงไม่มีข้อที่จะต้องนำสืบในข้อนี้ว่า ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์และเจ้าพนักงานได้บันทึกรับแจ้งความไว้ว่าอย่างไร จำเลยเพิ่งมายกเป็นข้อต่อสู้ขึ้นในชั้นอุทธรณ์หาชอบด้วยกระบวนพิจารณาไม่ ส่วนข้อที่ว่าศาลลงโทษจำเลยเกินจากพยานหลักฐานในสำนวนนั้น เมื่อคดีฟังได้ว่า จำเลยสมคบกับพวกมัดผู้เสียหาย จำเลยไม่จำต้องเป็นผู้มัดเอง จำเลยก็ย่อมมีความผิดฐานหน่วงเหนี่ยว กักขังแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2503 อัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา โจทก์ นายโอภาสหรือหล่ง เทพพนม ที่ 1 นายเหลียง วงษ์กำภู ที่ 2 นายเอ๋ง หรือ ป๋อ แซ่ลือ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดฉะเชิงเทรา · 1 - นายโอภาสหรือหล่ง เทพพนม ที่ · จำเลย - นายเหลียง วงษ์กำภู ที่ 2 นายเอ๋ง หรือ ป๋อ แซ่ลือ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัยบัณฑิต · ไชยเจริญ สันติศิริ · พิทักษ์มนูศาสตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายสันต์ ภู่ประเสริฐ · ศาลอุทธรณ์ - นายเรือง กาเล็ก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1294/2509ฎีกา 11720/2555ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา