⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 335/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น แม้ศาลชั้นต้นจะเป็นศาลแขวง ก็ยังสามารถฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

ในคดีอาญาที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ แม้ศาลชั้นต้นนั้นจะเป็นศาลแขวงคำสั่งของศาลอุทธรณ์ก็หาถึงที่สุดไม่ ยังชอบที่จะฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ต่อมาได้ตามกระบวนความ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2503)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.198 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.236 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.4 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลแขวงสุราษฏร์ธานีพิพากษาลงโทษจำเลยฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานสาธารณะสุข ปรับ ๘๐ บาท ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. ๒๔๗๗ ม.๑๐, ๑๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๘๒ ม. ๔, ๖ จำเลยอุทธรณ์ว่า ศาลแขวงวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดจากท้องสำนวน ศาลแขวงสั่งไม่รับอุทธรณ์อ้างว่า เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวง ฯ ม.๒๒ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า ที่ศาลแขวงฟังข้อเท็จจริงมานั้น ฟังตามพยานหลักฐานในสำนวนไม่ใช้นอกสำนวนดังจำเลยอ้าง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย จำเลยยื่นคำร้องฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์นั้นต่อมาอีก และศาลแขวงสั่งรับขึ้นมาให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ในคดีอาญาที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์เช่นนี้ แม้ศาลชั้นต้นนั้นจะเป็นศาลแขวง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ก็หาถึงที่สุดไม่ ยังชอบที่จะฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ต่อมาได้ตามกระบวนความ เพราะเรื่องเช่นนี้ ไม่มีบัญญัติไว้โดยตรงใน พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ กรณีจึงต้องด้วย ม.๔ ซึ่งระบุให้ในกฎหมายว่า ด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา, กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งต้องหมายความว่าจะใช้กฎหมายใดนั้น ต้องเป็นไปตามกรณี จะใช่รวมกันทั้งกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา, และกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่ง พร้อมกัน สภาพหาเปิดช่องให้กระทำเช่นนั้นไม่ แม้ พ.ร.บ. นี้จะเป็นพ.ร.บ.ว่าด้วยคดีอาญา แต่ก็อาจมีคดีแพ่งฟ้องปนกับคดีอาญาได้ ซึ่งในส่วนแพ่งเช่นนี้ ก็ต้องใช้กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉะนั้น เมื่อคดีนี้เป็นคดีอาญา ก็ชอบที่จะใช้กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาบังคับ คือ ในคดีอาญาฎีกาได้ คำสั่งศาลอุทธรณ์หาได้ยุติดังเช่นในคดีแพ่ง ซึ่งมีบทบัญญัติในประมวลกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดไว้ไม่ คดีนี้จำเลยยื่นเป็นคำร้องฎีกาคำสั่ง ซึ่งความจริงควรเป็นรูปฎีกาธรรมดา แต่เมื่ออ่านถ้อยคำแล้วก็พอเห็นได้ว่าเป็นฎีกาธรรมดา ทั้งศาลชั้นต้นก็ได้รับมาแล้ว จึงสมควรวินิจฉัยต่อไป ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ศาลแขวงฟังข้อเท็จจริงโดยอาศัยพยานหลักฐานในท้องสำนวน หาได้วินิจฉัยจากท้องสำนวนดังอุทธรณ์ของจำเลยไม่ อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นปัญหาในข้อเท็จจริง ไม่เป็นปัญหาในข้อกฎหมายแต่อย่างใด ศาลล่างทั้งสองไม่รับเป็นอุทธรณ์เพราะต้องห้ามตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแขวงฯ ม. ๒๒ ชอบแล้ว พิพากษายืนตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2503 ผู้ว่าคดีศาลแขวงสุราษฎร์ธานี โจทก์ นางบุญช่วย ศักรางกูร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นางบุญช่วย ศักรางกูร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี - นายพินิจ สังชนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมณี ชุติวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3399/2568ฎีกา 6630/2556ฎีกา 6635/2551ฎีกา 4226/2539ฎีกา 4081/2564ฎีกา 8903/2553ฎีกา 6602/2541ฎีกา 1238/2498ฎีกา 1843/2551ฎีกา 2302/2535ฎีกา 432/2491ฎีกา 3948/2566ฎีกา 568/2528ฎีกา 432/2503ฎีกา 5863/2541ฎีกา 3578/2538ฎีกา 230/2510ฎีกา 848/2549ฎีกา 1305/2566ฎีกา 9999/2559ฎีกา 280/2505ฎีกา 2891/2540ฎีกา 124/2484ฎีกา 592/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา