⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2302/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2302/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแขวงในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยพยานหลักฐานในสำนวนแล้วฟังว่า การที่จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของรถพิพาทก่อนโอนให้ ป. นั้น จำเลยมิได้มีกรรมสิทธิ์ในรถคันพิพาทอย่างแท้จริง แต่เป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างจำเลยกับ ป. ในฐานะลูกหนี้เจ้าหนี้ การกระทำของจำเลยหาได้มีเจตนาที่จะมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาทที่โอนให้แก่ ป. และการโอนรถพิพาทมีเจตนาเพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้แล้ว เป็นการโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นอุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดลำปางในข้อหาหรือฐานความผิดเรื่องผิดสัญญาซื้อขายในระหว่างพิจารณาจำเลยได้โอนขายรถยนต์ คันหมายเลขทะเบียน น - 6387ลำปาง ซึ่งจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้แก่นายประสาน คูสวัสดิ์จำเลยได้กระทำการดังกล่าวเพื่อไม่ให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของตนได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 350 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะข้อ 3 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 พิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาในชั้นฎีกาว่าอุทธรณ์โจทก์ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ.2499 มาตรา 22 หรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากห้างหุ้นส่วนจำกัดคิมวานิช และได้ค้างชำระค่าเช่าซื้อรวมเป็นเงิน 40,000 บาท ห้างหุ้นส่วนจำกัดคิมวานิช ได้ติดตามทวงถามและยื่นคำขาดให้จำเลยชำระค่าเช่าซื้อที่ค้าง มิฉะนั้นจะยึดรถคืน จำเลยจึงขอให้นายประสาน คูสวัสดิ์ ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างแทนจำเลย แล้วจำเลยได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถพิพาทจากนายประสาน และได้มีการทำเรื่องโอนรถพิพาทจากห้างหุ้นส่วนจำกัดคิมวานิชให้จำเลยและจากจำเลยโอนให้แก่นายประสานตามข้อตกลงการที่จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของรถพิพาทก่อนโอนให้นายประสานนั้น จำเลยมิได้มีกรรมสิทธิ์ในรถคันพิพาทอย่างแท้จริง แต่เป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างจำเลยกับนายประสานในฐานะลูกหนี้เจ้าหนี้ การกระทำของจำเลยหาได้มีเจตนาที่จะมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์พิพาทที่โอนให้แก่นายประสาน และการโอนรถพิพาทมีเจตนาเพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้แล้ว เห็นว่า เป็นการโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานของศาลชั้นต้น อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2302/2535 นาย มนัส มะโ น โจทก์ นาง ยุ พิน ลัทธิ สิทธิ์ หรือ ชูกำลัง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย มนัส มะโ น · จำเลย - นาง ยุ พิน ลัทธิ สิทธิ์ หรือ ชูกำลัง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล สระฏัน · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4226/2539ฎีกา 1173/2530ฎีกา 1045/2506ฎีกา 1622/2513ฎีกา 2365/2537ฎีกา 1167/2532ฎีกา 3119/2558ฎีกา 3879/2542ฎีกา 462/2536ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1268/2514ฎีกา 334/2521ฎีกา 2107/2522ฎีกา 2738/2534ฎีกา 298/2567ฎีกา 2130/2548ฎีกา 1651/2514ฎีกา 477/2535ฎีกา 3011/2532ฎีกา 1806/2520ฎีกา 707/2536ฎีกา 2589/2550ฎีกา 4286/2534ฎีกา 1684/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ