⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3011/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3011/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งจะถือว่าเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายได้ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำนั้นๆ ไม่ใช่เพียงผู้ที่เกี่ยวข้องหรือเป็นนิติบุคคลที่แยกต่างหากจากผู้เสียหายโดยตรง

ย่อคำพิพากษา

ศาลแขวงพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง กรณีต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยให้ก็ไม่เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในชั้นอุทธรณ์โดยชอบศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย บริษัท ส. ผู้รับเช็คพิพาทจากจำเลยเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากโจทก์ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริษัท แม้บริษัทดังกล่าวได้รับความเสียหาย ก็ไม่ได้หมายความว่าโจทก์จะเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายไปด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีนี้ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงพิพากษายกฟ้อง โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่บริษัทโรงเลื่อยจักรศรีอนันต์ จำกัด ฉะนั้น เรื่องที่ว่าโจทก์เป็นประธานกรรมการของบริษัทดังกล่าว ย่อมเป็นไปได้ที่โจทก์จะมีหนี้สินกับบริษัท โจทก์จึงไม่จำต้องนำสืบว่ามีมูลหนี้ในเช็คพิพาทแต่อย่างใด เป็นปัญหาข้อเท็จจริง โจทก์จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าวตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 แม้โจทก์จะได้อุทธรณ์และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ ก็ไม่เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249โจทก์จะฎีกาในปัญหาดังกล่าวต่อมาไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยสำหรับฎีกาของโจทก์อีกข้อหนึ่งว่า ถึงแม้บริษัทโรงเลื่อยจักรศรีอนันต์ จำกัด จะไม่ได้โอนเช็คพิพาทให้โจทก์ก็ตาม แต่โจทก์ก็มีส่วนได้เสียในผลกำไรขาดทุนของบริษัทดังกล่าวในฐานะประธานกรรมการของบริษัท โจทก์จึงย่อมเป็นผู้เสียหายด้วยนั้น เห็นว่าบริษัทโรงเลื่อยจักรศรีอนันต์ จำกัด ผู้รับเช็คพิพาทจากจำเลยเป็นนิติบุคคลต่างหากจากตัวโจทก์ หากบริษัทดังกล่าวได้รับความเสียหาย ย่อมไม่ได้หมายความว่าโจทก์ในฐานะประธานกรรมการของบริษัทจะเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายไปด้วย เพราะเป็นบุคคลคนละคนกันที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3011/2532 นาย อนันต์ เนตยสุภา โจทก์ นาย สุวรรณ อร่าม เรือ งกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย อนันต์ เนตยสุภา · จำเลย - นาย สุวรรณ อร่าม เรือ งกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมาณ ชันซื่อ · มาโนช เพียรสนอง · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2302/2535ฎีกา 3616/2558ฎีกา 8080/2538ฎีกา 7988/2551ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 11720/2555ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1079/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา