คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1684/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามกฎหมายที่กำหนดไว้ เป็นที่สุด จะอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลสูงกว่าไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
คดีที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 22แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาพิพากษาคดีนั้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์แล้ว ผู้อุทธรณ์จะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวนั้นต่อศาลอุทธรณ์อีกไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นอำนาจเฉพาะตัวของผู้พิพากษาผู้นั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพนักงานบัญชีของธนาคารกสิกรไทย จำกัดสาขาเชียงใหม่มีหน้าที่รับฝากเงินของผู้นำมาฝากและมอบตัวเงินให้กับธนาคารบังอาจมีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอกเอาเงินของผู้นำมาฝากรวมเป็นเงิน๔๖,๕๐๐ บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๔๖,๕๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ผู้เสียหายร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มั่นคงพอจะลงโทษจำเลย พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ร่วมอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีนี้อนุญาตให้อุทธรณ์ถ้าไม่อนุญาต ขอให้ส่งอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมไปให้อธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๒ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวง ฯ
ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาที่พิจารณาพิพากษาคดี สั่งอุทธรณ์ว่าคดีต้องห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์ และสั่งคำร้องว่า ไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ และข้อที่ขอให้ส่งไปให้อธิบดีกรมอัยการรับรองก็ไม่ใช่หน้าที่ของศาล เป็นเรื่องของผู้ร้องจะจัดการเอง ให้ยกคำร้อง
โจทก์ร่วมอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น และให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม แต่ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ ก็ขอให้ส่งอุทธรณ์ไปให้อธิบดีกรมอัยการรับรอง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อผู้พิพากษาศาลชั้นต้นซึ่งพิจารณาพิพากษาคดีนี้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์ จะมาขอให้ศาลอุทธรณ์ยกหรือกลับคำสั่งนั้นอีกไม่ได้ ให้ยกคำร้องอุทธรณ์
โจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวง ฯ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๐ ถ้าโจทก์ร่วมจะอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องปฏิบัติตามวิธีการที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๒ ทวิ โดยขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้น อนุญาตให้อุทธรณ์ฯ เมื่อปรากฏว่า ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์แล้ว โจทก์ร่วมจะอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวนั้นต่อศาลอุทธรณ์อีกไม่ได้ เพราะเป็นอำนาจเฉพาะตัวของผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีในศาลชั้นต้น
ส่วนข้อที่ว่าเมื่อศาลสั่งไม่อนุญาตให้อุทธรณ์แล้ว โจทก์ร่วมไม่มีทางนำอุทธรณ์ที่ยื่นต่อศาลไปเสนอให้อธิบดีกรมอัยการรับรองในอุทธรณ์ได้ ต้องขอให้ศาลส่งไปให้นั้น เห็นว่า กฎหมายมิได้บัญญัติให้ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ต้องส่งอุทธรณ์ไปให้อธิบดีกรมอัยการรับรอง การรับรองอุทธรณ์เป็นประโยชน์แก่ผู้อุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์จะต้องขอไปยังอธิบดีกรมอัยการเอง ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๐๐/๒๕๑๑
พิพากษายืน ให้ยกฎีกา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1684/2516
ผู้ว่าคดีศาลแขวงเชียงใหม่ โจทก์
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด โดยนายบุญธรรม วรรธนะพงษ์ ผู้จัดการสาขา
เชียงใหม่ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ร่วม
นายครรชิต ตันสุหัช จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงเชียงใหม่ · ผู้จัดการสาขา - ธนาคารกสิกรไทย จำกัด โดยนายบุญธรรม วรรธนะพงษ์ · โจทก์ร่วม - เชียงใหม่ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายครรชิต ตันสุหัช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศวิต สมหวัง · สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงเชียงใหม่ - นายประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพโรจน์ ไวกาสี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา