⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2850/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2850/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น ถือเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงการที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ข้อความที่จำเลยเขียนเป็นการใส่ความโจทก์และไม่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมและป้องกันส่วนได้เสียของจำเลย ดังนี้ เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นจึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499มาตรา 22 เป็นการมิชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นทนายความและเป็นลูกจ้างของบริษัทไทยเดินเรือทะเล จำกัด ตำแหน่งหัวหน้าแผนกกลาง จำเลยเป็นพนักงานของบริษัท จำเลยทำหนังสือร้องทุกข์ถึงประธานกรรมการบริหารท่าเรือบริษัท ไทยเดินเรือทะเล จำกัด เกี่ยวกับเรื่องที่จำเลยทะเลาะวิวาทกับนายหลาบ วงษ์รอฮีม มีข้อความว่า "นายพินิจซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกกลางและเป็นหัวหน้ากองของนายหลาบ เขาเรียนจบทนายความมาเจ้าค่ำ เขาสามารถปั้นพยานเท็จมาช่วยลูกน้องของเขาได้เสมอ เพราะว่านิสัยเหมือนกันค่ะ ลูกพี่ของเขา (โจทก์)พยายามปั้นสถานการณ์และพยานเท็จอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะนายพินิจนะเจ้าค่ะเป็นคนแย่ที่สุดเลยค่ะ ถ้าดื่มเบียร์เมาเข้ามาในบริษัทเขาจะด่าพวกผู้หญิงข้างล่างอย่างหยาบคาย แต่เขาฉลาดไม่ยอมเอ่ยชื่อด่าลอย ๆ แต่ท่านค่ะหยาบคายมากเลยค่ะ หยาบจนดิฉันไม่สามารถจะเขียนมาเรียนท่านได้ค่ะ ถ้านายพินิจรู้ว่าดิฉันมาร้องเรียนท่านและได้เล่าความประพฤติของเขาให้ท่านทราบดิฉันอาจถูกสั่งเก็บได้"ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332(1),(2), 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 ให้ปรับจำเลย 1,000 บาท บังคับค่าปรับตามมาตรา 29, 30คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ต่าง ๆ ของโจทก์ จำเลยย่อมเข้าใจและเชื่อว่าโจทก์ช่วยเหลือนายหลาบ วงษ์รอฮีมให้พ้นผิด จำเลยย่อมมีสิทธิกล่าวพาดพิงถึงโจทก์ในคำอุทธรณ์ของจำเลยด้วยข้อความในฟ้องได้ เป็นการกล่าวโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนและส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามทำนองคลองธรรม ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นการพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง โจทก์อุทธรณ์ว่าข้อความที่จำเลยเขียนในอุทธรณ์ตามฟ้องเป็นการใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสื่อมเสียถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทและไม่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม และป้องกันส่วนได้เสียของจำเลยแต่อย่างใด เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นซึ่งฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริต และเป็นการกระทำด้วยความชอบธรรม อันเป็นเหตุให้ได้รับยกเว้นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1)อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2497 (ที่ถูก พ.ศ. 2499) มาตรา 22 เพราะฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาดังกล่าวจึงเป็นการมิชอบ และเมื่อจำเลยฎีกาในปัญหาดังกล่าวขึ้นมาศาลฎีกาก็พิจารณาข้อฎีกาของจำเลยต่อไปไม่ได้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และฎีกาของจำเลย" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2850/2531 นาย พินิจ ทวี สุข โจทก์ นาง กา ญจนา เกิดประกอบกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย พินิจ ทวี สุข · จำเลย - นาง กา ญจนา เกิดประกอบกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4226/2539ฎีกา 2302/2535ฎีกา 1173/2530ฎีกา 1045/2506ฎีกา 1622/2513ฎีกา 2365/2537ฎีกา 1167/2532ฎีกา 3119/2558ฎีกา 3879/2542ฎีกา 462/2536ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1268/2514ฎีกา 334/2521ฎีกา 2107/2522ฎีกา 2738/2534ฎีกา 298/2567ฎีกา 2130/2548ฎีกา 1651/2514ฎีกา 477/2535ฎีกา 3011/2532ฎีกา 1806/2520ฎีกา 707/2536ฎีกา 2589/2550ฎีกา 4286/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ