คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมาย หากคดีต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว จะยกข้อเท็จจริงขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลแขวงพิพากษายกฟ้องโดยฟังว่าจำเลยขาดเจตนาทุจริต โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503 มาตรา 10 การที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อคดีของโจทก์ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว โจทก์จึงยกข้อเท็จจริงขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาไม่ได้ เพราะเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 7 ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยเจตนาทุจริตหลอกลวงโจทก์ด้วยความอันเป็นเท็จว่า ที่ดินที่โจทก์ตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ให้โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อมิฉะนั้นจำเลยจะฟ้องขับไล่ โจทก์หลงเชื่อและเกรงว่าจะถูกฟ้องขับไล่ จึงได้ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินเนื้อที่ ๗๕ ตารางวา ราคา ๖๗,๕๐๐ บาท ผ่อนชำระรายเดือน เดือนละ ๑,๓๕๐ บาท จำเลยรับเงินค่าเช่าซื้องวดแรกไปจากโจทก์แล้วในวันทำสัญญา ต่อมาโจทก์ทราบความจริงว่าที่ดินที่โจทก์เช่าซื้อนั้นจำเลยมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ หากเป็นเพียงผู้จะซื้อจากผู้อื่นเท่านั้น การกระทำของจำเลยเป็นการฉ้อโกงโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๒ (๒) ลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลชั้นต้นรับทำการไต่สวนมูลฟ้องเฉพาะข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลแขวง และเมื่อไต่สวนแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยฟังว่าจำเลยให้โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยเพราะเข้าใจโดยสุจริตว่าจำเลยมีสิทธิเอาที่ดินที่ได้ทำสัญญาจะซื้อกับผู้อื่นไปให้เช่าซื้อได้ การกระทำของจำเลยจึงขาดเจตนาทุจริต โจทก์อุทธรณ์ว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจริตแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาควมอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๐ โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อคดีของโจทก์ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว โจทก์จึงยกข้อเท็จจริงขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาไม่ได้ เพราะเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์โดยชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๗
พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334/2521
นางมาลี แซ่ซื้อ โจทก์
นายทรงชัย เจนตวณิชย์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางมาลี แซ่ซื้อ · จำเลย - นายทรงชัย เจนตวณิชย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท อังศุสิงห์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · ขจร หะวานนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงลำปาง - นายล้วน สมศรี · ศาลอุทธรณ์ - นายวินิจ วินิจนัยภาค |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา